จู่ๆ อวิ๋นเฉียวก็ยกมือชี้ไปทางเทียนอี้ แล้วตะโกนลั่น “เด็กนั่น!”เทียนอี้กำลังดูละครฉากสนุกอยู่ จู่ๆ เมื่อเห็นอวิ๋นเฉียวชี้มาที่ตัวเองก็เริ่มลนลาน หันมองซ้ายขวา แต่ก็ไม่เห็นใคร นั่นแสดงว่าฝ่ายนั้นหมายถึงตัวเองอย่างแน่นอน แต่เขาก็ยังไม่อยากจะเชื่อจึงเช็คดูอีกที เขายกมือชี้ตัวเองแล้วทำปากถามว่า “ผมเหรอ?”อวิ๋นเฉียว “ใช่ นายนั่นแหละ”เทียนอี้เดินมาหยุดข้างๆ อวิ๋นเฉียวแล้วบ่นออกมา “ใครเด็กไม่ทราบ ผมจะ 16 แล้วนะ!”“ฉันไม่สนว่านายจะอายุเท่าไหร่ นายเป็นเพื่อนของน้องสาวฉัน แล้วจะไม่ใช่เด็กหรือไง?”เทียนอี้หัวเราะ “พี่ยังจำผมได้ด้วยเหรอ?”“อย่าพูดจาเหลวไหล นายบอกพี่สาวคนนี้ไปสิว่าวันนั้นที่หน้าโรงเรียนนายเห็นอะไร ได้ยินอะไร?”“ที่หน้าโรงเรียนวันไหนเหรอครับ?”“ก็วันที่ผู้ชายคนนี้อยู่หน้าโรงเรียนพวกนายไงเล่า!”เทียนอี้หัวเราะ ยังอยากจะแกล้งเขาต่อ “พี่ชายคนนี้ไปหาอวิ๋นตั่วที่หน้าโรงเรียนตั้งหลายครั้ง ผมจะไปรู้ได้ยังไงว่าพี่หมายถึงวันไหน?”พอพูดออกไปแบบนั้น อวี่ซีก็หันไปถามเยว่หยางด้วยความแปลกใจ“นายไปทำอะไรที่หน้าโรงเรียนของอวิ๋นตั่ว?”สีหน้าของเยว่หยางเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วเหมือนวันนั้นในเดือนมิถุนาเขายังไม่อยากจะยอมรับความพ่ายแพ้ ไม่อยากที่จะกลายเป็นฝ่ายผิด แต่ถูกอวี่ซีจับได้ว่าเคยตามจีบอวิ๋นตั่ว นั่นก็เท่ากับตํ่าจนคลุกฝุ่นแล้ว แค่นี้ก็ตํ่าพอแล้ว ยังจะยอมให้ใครมาเหยียบได้อีกงั้นเหรอ“ฉัน…” เขาพยายามเรียบเ