กริ่งเข้าเรียนดังขึ้น ครูสอนภาษาอังกฤษก็เข้ามา หัวหน้าชั้นเรียกทำความเคารพ ทุกคนจึงลุกขึ้นยืนอย่างเกียจคร้าน
ไม่มีวี่แววของความกระตือรือร้นอย่างเด็กมัธยมเลยแม้แต่น้อย คุณครูรู้มาแล้วว่าเด็กๆ ถูกทำโทษมาจากคาบวิชาภาษาจีน ดังนั้นจึงไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงแค่บอกให้ทุกคนนั่งลง เมื่อนั่งลงแล้วก็ตั้งหนังสือขึ้น พอหนังสือบนโต๊ะสูงพอแล้วก็ฝังหน้าลงไปในหนังสือ เริ่มคัดหนทางสู่เสฉวนนั้นยาก คัดไปในใจก็บ่นหลี่ไป๋ไป ก็ถ้ามันยากก็ไม่ต้องไปก็จบแล้ว ทำไมจะต้องไปในที่ไปไม่ได้ด้วย แถมยังเขียนบทกวีอะไรก็ไม่รู้ขึ้นมาอีก! เขียนก็เขียนแบบห้าคำสี่วรรค เจ็ดคำแปดวรรคยังพอว่าทำไมจะต้องเขียนยาวขนาดนี้ด้วย!เมื่อเรียนไปได้ครึ่งหนึ่ง ครูภาษาอังกฤษก็รู้สึกแปลกๆ เด็กๆ แต่ละคนตั้งใจดูหนังสือฟังครูสอน แต่พอถามคำถาม ส่วนมากกลับตอบไม่ได้ จึงแกล้งทำเป็นเดินไปตามโต๊ะแบบสบายๆนักเรียนบางคนที่มีไหวพริบก็รีบเก็บการบ้านลง แต่บางคนก็ยังคงคัดต่อไป ไม่ได้สังเกตสิ่งรอบข้าง เมื่อมีเพื่อนข้างๆ สะกิดก็เงยหน้าขึ้นมา เห็นครูยืนอยู่ข้างๆ คิดจะซ่อนก็ซ่อนไม่ทันแล้วครูภาษาอังกฤษไม่ได้พูดอะไร คาบเรียนนี้ผ่านไปอย่างสงบสุข เหล่านักเรียนไม่อยากจะเชื่อว่าจะผ่านไปได้ ทั้งๆ ที่ทำการบ้านภาษาจีนในคาบภาษาอังกฤษ แต่คุณครูกลับไม่โมโห ดูไม่เหมือนครูเลยสักนิด!แน่นอนว่ามันไม่ได้ผ่านไปง่ายๆ เช่นนี้แน่ คาบศิลปะและดนตรีในตอนบ่ายนั้นกลายเป็นชั่งโมงสอบของครู