ปิดทีวีแล้วเดินเข้ามาหาเขาทันที “เป็นยังไงบ้างลูก?”“ไม่ต้องเป็นห่วงครับ เดี๋ยวน้องก็จะเข้าใจเอง” อวี่เจ๋อปลอบใจแม่“ทะเลาะกับเยว่หยางแล้วใช่ไหม?”“คนเป็นแฟนกันมีที่ไหนที่จะไม่ทะเลาะกันบ้างครับ?”ฟางผิงเข้าห้องนอนของตัวเองไป หอบผ้าห่มออกมาผืนหนึ่ง ส่วนอวี่เจ๋อก็ทำโซฟาให้เป็นเตียงนอนแล้วหลิวห้าวตงใส่เสื้อคลุมเดินออกมา ทำหน้าเข้มพลางพูดว่า “ว่ามาซิ นี่แกทำตามอำเภอใจอะไรกัน ถ้าฟังคำพูดพ่อตั้งแต่แรก อย่างน้อยตอนนี้ก็มีครอบครัวไปแล้ว ไม่แน่ป่านนี้หลานพ่อคงโตจนเดินออกไปซื้อซีอิ๊วได้แล้ว”“พอแล้วค่ะ ฉันพูดกับลูกแล้ว” ฟางผิงผลักหลิวห้าวตงเดินเข้าห้องพลางพูดว่า “ดึกแล้วนะ รีบไปนอนเถอะ”“เพราะคุณตามใจลูกอย่างนี้ไง!” หลิวห้าวตงตำหนิภรรยา“โลภไม่รู้จักพอจริงๆ เลย!” ฟางผิงตำหนิสามีเช่นกัน “ตั้งแต่เล็กจนโตลูกเคยทำอะไรให้คุณทุกข์ใจด้วยเหรอ ต่อให้เปิดกิจการ คุณก็ไม่ได้ควักเงินตัวเองออกมาสักส่วนเลย นั่นเป็นเงินที่ลูกหามาเองทั้งนั้น คุณพูดจุกจิกจู้จี้อยู่ตรงนี้ พูดแบบเดิมซํ้าไปซํ้ามาสนุกนักหรือไง? ลูกฟังแล้วจะไม่เสียใจเหรอ?ตอนที่หาเงินได้ คุณก็ยังพูดแบบเบิกบานใจไม่ใช่เหรอว่าโชคดีนะที่ทำธุรกิจไม่อย่างนั้นคงเป็นไปไม่ได้ที่จะหาเงินซื้อบ้านได้เร็วขนาดนี้!”“ผมพูดเหรอ? ผมจะพูดอะไรแบบนั้นได้ยังไง ผมไม่เห็นด้วยตั้งแต่แรกที่เขาเปิดบริษัทแล้ว!”“พอเถอะ เคยพูดอะไรไว้ยังไม่ยอมรับอีก!” ฟางผิงปิดไฟ “ให้เวลาลูกหน่อย ฉันเช