คนทั้งโต๊ะหันมองเธอ ยกเว้นอวี่เจ๋อที่หลุดหัวเราะออกมา“อย่าโวยวายน่า น้องสาว!” อวิ๋นเฉียวว่า “พี่ว่าเธออยู่ม. ปลายสามปีแล้วก็ไปต่างประเทศกับพี่ดีกว่า จะบอกอะไรให้นะ หลายปีมานี้พี่ไปมาเกือบทั่วยุโรป คุ้นเคยกับผู้คนที่นั่น เธอไปไหน แค่บอกชื่อพี่ รับรองว่าจะเหมือนได้อยู่บ้านตัวเองเลยล่ะ”อวิ๋นตั่วหัวเราะเยาะพี่ชาย “พี่นี่โกหกไม่เก่งเลยนะคะ พูดอย่างกับเราไม่เคยไปต่างประเทศอย่างนั้นแหละ”ชูยิน “ลูกก็อย่าเอาแต่ทะเลาะกับพี่นักเลย ที่จริงแม่ว่าลูกสอบเข้ามหา‟ลัย C มันก็ดูจะเป็นเรื่องเพ้อฝันไปสักหน่อยนะ”อวิ๋นเฉียวมองความคิดของน้องสาวออก “เธอเห็นอวี่เจ๋อไปเป็นอาจารย์ที่มหา‟ลัย C เธอก็เลยอยากไปเรียนที่นั่นบ้างใช่ไหมล่ะ เธอคิดว่ามหา‟ลัยนั้นเป็นของบ้านเรา ที่นึกอยากจะเข้าก็เข้าได้หรือไง?”อวิ๋นตั่ว “ตอนแรกยังบอกว่าหนูเข้าโรงเรียนมัธยมอันดับหกไม่ได้อยู่เลยตอนนี้หนูก็เข้าได้แล้วไม่ใช่เหรอคะ?”“มันไม่เหมือนโรงเรียนมัธยมอันดับหกนะ” ชูยินว่าอวิ๋นเฉียวหัวเราะ “มีความฝันก็ดี ถ้ามันเป็นจริงน่ะนะ ใช่ไหมอวี่เจ๋อ?”อวี่เจ๋อเห็นว่าคำถามมาตกที่ตัวเองอีกแล้ว เขาเงยหน้ามองอวิ๋นเฉียว
วันนี้เหมือนหมอนี่จะพุ่งเป้ามาที่เขาตลอด อวี่เจ๋อหันมองอวิ๋นตั่ว แล้วบอกว่า“ถ้าอยากจะทำจริงๆ ก็ต้องทุ่มเทกำลังทั้งหมด สำเร็จหรือไม่ ไม่สำคัญ ที่สำคัญคือเธอได้พยายามแล้ว แบบนี้จะได้ไม่เสียใจทีหลัง ถ้าอยากทำ แต่ไม่ลองทำ ในอนาคตมาย้อนนึกแล้