นื่อย ไม่ได้มีความรู้สึกอย่างอื่นเลยความกลัดกลุ้ม ความเศร้าโศกที่เคยสะสมอยู่ในใจก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยเหมือนพวกมันยอมถอยให้กับความเหนื่อยอย่างรู้งานเขาเข้าใจเหตุผลที่อวิ๋นตั่วอยากจะแพ้แล้ว เธออยากให้เขาได้ระบาย เธอรู้ว่าเขากำลังเศร้าใจ รู้ว่าเขาแกล้งทำเป็นเข้มแข็ง เขามองอวิ๋นตั่วอย่างซึ้งใจอวิ๋นตั่วหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมา พัดให้เขาเบาๆ แววตาบริสุทธิ์คู่นั้นเต็มไปด้วยรอยยิ้มหลังจากอวี่เจ๋อได้พัก เขาก็ขยับลุกขึ้นนั่ง เริ่มคํ่าแล้ว ดวงอาทิตย์ทางตะวันตกกลายเป็นสีแดง แสงไม่ได้สุกใสเหมือนอย่างตอนแรก“กลับกันเถอะ!”ไม่มีงานเลี้ยงใดที่ไม่มีการเลิกรา ยังไงก็ต้องเลิกรา เขาคิดอย่างเศร้าๆ“ใครจะไปส่งเด็กๆ ที่บ้าน?” เจียงหนานถามคำที่ทำเอาเทียนอี้ไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด “ใครเด็ก? ไม่ต้องไปส่งพวกเราหรอก พวกเรากลับเองได้”อวี่เจ๋อ “ฉันไปส่งพวกเขาเอง”เทียนอี้ยังอยากจะพูดอะไรสักอย่าง แต่พอเห็นอวิ๋นตั่ว เซียวเซียวกับจื่อเถิงไม่พูดอะไร แค่ขึ้นรถตามอวี่เจ๋อไปอย่างว่าง่าย เขาจึงได้แต่ขึ้นรถตามเพื่อนๆ ไปอวี่เจ๋อไปส่งเทียนอี้ก่อน จากนั้นก็ส่งเซียวเซียวกับจื่อเถิง และส่งอวิ๋นตั่วเป็นคนสุดท้ายระหว่างทาง อวิ๋นตั่วถามอวี่เจ๋อว่า “ต่อไปพี่จะทำอะไรคะ? ร่าเริงหน่อยสิ จะเริ่มใหม่อีกครั้งหรือเปล่าคะ?”อวี่เจ๋อ “เฉินอวี้กับชีซิงจะหุ้นกันเปิดร้านอาหาร ส่วนพี่ ศาสตราจารย์เจียงจะให้ไปเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ที่มหา‟ลัยน่ะ”“มหา‟ลั