ไม่น่าจะบังเอิญขนาดนั้น “คนที่เก็บสร้อยได้ชื่อเยว่หยางหรือเปล่าคะ?”อวิ๋นอี้ฟานขมวดคิ้วมุ่น “พ่อจำชื่อเขาไม่ได้แล้ว ทำไมล่ะ ลูกรู้จักเหรอ?”“เขาเป็นแฟนของอวี่ซีน่ะค่ะ ตอนแรกหนูยังแนะนำให้เขาไปที่บริษัทเลยพ่อลืมแล้วเหรอคะ?”คนเป็นพ่อพยายามคิด แต่ก็คิดไม่ออก เดิมทีในหัวก็มีเรื่องมากมาย แล้วเขาจะไปจำเรื่องที่เกิดนานแล้วได้ยังไง แต่พออวิ๋นตั่วพูดมาแบบนั้น เขาก็เริ่มคิดประเมินในใจ เป็นไปได้ไหมว่าเยว่หยางจงใจถือสร้อยตรงหน้าเขา เพื่อให้เขาเห็นพอมานึกย้อนไปถึงเรื่องสร้อยคอนี่ มันก็เหมือนละครจริงๆ นั่นแหละ
ผู้ชายคนหนึ่งเดินผ่านข้างเขาไป จากนั้นก็หยุดทักทาย แต่เขาไม่ได้สนใจ พอหันกลับไปก็เห็นสร้อยอยู่ที่พื้นแล้วตอนนั้นเขารู้สึกแค่ว่าสร้อยเหมือนของอวิ๋นตั่วมาก จี้หยกที่คุณยายขอให้พระอาจารย์ทำพิธีให้ที่วัดนั่น และเพื่อให้เข้ากับจี้ชูยินก็เลยหาสร้อยที่ร้านขายเครื่องประดับด้านบนมีชื่อของอวิ๋นตั่วสลักอยู่ เขาดูตรงที่ที่มีชื่อสลักอยู่และมันก็มีชื่อย่อภาษาอังกฤษของอวิ๋นตั่วอยู่จริงๆ“ขอโทษครับท่านประธาน ของผมเองครับ” ชายหนุ่มเดินเข้ามาพูดพึมพำ แต่พูดยังไม่ทันจบ หน้าก็แดงเสียแล้ว“สร้อยคอนี่ได้มาจากไหนเหรอ?” เขาถาม“เก็บได้จากสวนสนุกครับ”ตอนนั้นอวิ๋นอี้ฟานคิดว่ามันช่างบังเอิญจริงๆ เมื่อสองสามวันก่อนเขาได้ยินชูยินกระซิบว่าอวิ๋นตั่วทำจี้หยกที่คุณยายให้หายไป เลยรู้สึกไม่ค่อยสบายใจสักเท่าไหร่ หลายปีมานี้เวลาที