ราวกับหลิวห้าวตงไม่ได้ยินถึงความไม่พอใจในนํ้าเสียงของลูกสาว เขาเอ่ยด้วยท่าทางจริงจัง “ทำไมต้องพาอวิ๋นตั่วไปสวนสนุกด้วย พ่อเห็นในข่าวบ่อยๆ ว่าพวกเครื่องเล่นในสวนสนุกน่ะชอบมีปัญหา เมื่อหลายวันก่อนก็รถไฟเหาะที่ไหนไม่รู้เหวี่ยงคนออกมา ลูกยังจะมานั่งร้องไห้อยู่แบบนี้อีกเหรอ เคยคิดไหมว่าถ้าอวิ๋นตั่วเป็นอะไรขึ้นมาเราจะไปบอกกับบ้านอวิ๋นว่ายังไง? ลูกเป็นคนนัดเธอออกไป ลูกก็ต้องเป็นคนรับผิดชอบ อวิ๋นตั่วเป็นลูกหัวแก้วหัวแหวนของอวิ๋นอี้ฟาน ถ้าลูกทำเธอเป็นอะไรไป เขาจะไม่ให้ลูกต้องชดใช้ด้วยชีวิตหรอกเหรอ?”อวี่ซีโมโหยิ่งกว่าเดิม “พวกเขารักลูกสาวมาก แล้วพ่อเห็นหนูเป็นอะไรคะ ถ้าเขาให้ชดใช้ด้วยชีวิต พ่อก็จะให้หนูชดใช้เหรอ? หนูไม่เข้าใจเลย เพราะเราไม่ได้รํ่ารวยเหมือนบ้านอวิ๋น ชีวิตเราก็เลยด้อยค่ากว่าเขาอย่างนั้นเหรอคะ?”อวี่เจ๋อ “เธอกำลังเถียงข้างๆ คูๆ นะ พิจารณาจากเหตุการณ์แล้ว เธอเป็นคนพาอวิ๋นตั่วไปสวนสนุก ถ้าเป็นอะไรขึ้นมา เธอก็ต้องเป็นคนรับผิดชอบใช่ไหม พ่อก็แค่พูดตามความเป็นจริงก็เท่านั้น!”“พี่พูดถูก ตั้งแต่พี่ซื้อบ้านให้ พี่พูดอะไรก็ถูกไปหมดไม่ใช่เหรอคะ?” อวี่ซีพูดอย่างหงุดหงิดอวี่เจ๋อถอนหายใจ “ดูท่าวันนี้คงคุยกับเธอไม่รู้เรื่องแล้วล่ะ นี่ก็ดึกมากแล้ว รีบเข้านอนกันเถอะครับ ผมขอตัวก่อน”“ลูกจะไปไหน?” ฟางผิงถาม“ที่บริษัทยังมีเรื่องต้องทำอีกเยอะ ผมต้องกลับไปจัดการครับ”“ดึกขนาดนี้แล้ว ลูกไม่นอนเหรอ” ฟาง