อวิ๋นตั่วถอดรองเท้าสเก็ตออกแล้ว เธอนั่งอยู่บนโซฟาเดี่ยว ในบริเวณส่วนออฟฟิศนั้น พนักงานกำลังจัดโต๊ะทำงานของตัวเอง พวกเขาพอใจกับสภาพแวดล้อมใหม่มาก ในเวลาเพียงสองปีกว่าก็สามารถย้ายมาสถานที่ใหญ่ๆ แบบนี้ได้ สำหรับบริษัทแล้วถือว่ามีความหวังเต็มเปี่ยม“ในอนาคตฉันก็จะเปิดบริษัทสักที่หนึ่ง กลุ่มวัยรุ่นสร้างกิจการด้วยกันเจ๋งมากเลยนะ!” จื่อเถิงพูดเซียวเซียวหัวเราะแล้วพูดว่า “นายเป็นผู้สืบทอดรุ่นสามคนเดียวของครอบครัว พ่อนายยังรอให้นายไปสืบทอดกิจการอยู่นะ”จื่อเถิงกลอกตาใส่เซียวเซียว “ฉันไม่สนใจเรื่องการค้าระหว่างประเทศเลยสักนิด”“ถ้าคนเราได้ทำสิ่งที่ตัวเองสนใจ ยังจะเสียดายกับการใช้ชีวิตบนโลกนี้หรือเปล่านะ?” อวิ๋นตั่วทอดถอนใจออกมา“ใช่ ชีวิตคนเราเต็มไปด้วยความเสียดาย!” เซียวเซียวเห็นด้วยพนักงานในออฟฟิศจัดโต๊ะทำงานไปด้วย พลางมองเด็กสามคนนี้ไปด้วยพนักงานเก่าเหล่านี้ค่อนข้างคุ้นเคยกับเด็กสามคนนี้ดี มีบางคนที่มาใหม่ไม่รู้ว่าเด็กสามคนนี้มาบริษัททำไม ไม่ใช่เด็กเล็กแล้ว จะว่าเป็นลูกใครก็คงไม่ใช่ หรืออาจจะเป็นญาติของใครสักคนก็ได้ เห็นพวกเขาที่ทำเหมือนว่าที่นี่เป็นบ้านตัวเอง รินนํ้าดื่ม กินคุกกี้ จิบชา ได้แบบไม่เกรงใจเลยสักนิด“เด็กสามคนนี้เป็นใครเหรอ?” พนักงานใหม่ถามกับพนักงานเก่าขึ้น“นักเรียนของบอส ลูกศิษย์คนสนิท” พนักงานเก่าตอบ“คนไหน? หรือว่าทั้งสามคนเลย?”“คนที่นั่งอยู่บนโซฟา รู้ไหมว่าเด็กผู้หญิงคนนั้นเป็