“เด็กน้อยอย่างเธอ ช่างพยาบาทจริงๆ เลยนะ! ” เฉินอวี้เปลี่ยนทิศทางการโจมตี ไปกล่าวโทษอวี่เจ๋อแทน “ช่วงหลายปีมานี้นายสอนเธอยังไงเนี่ย? ดูการพูดการจาของเธอสิ ฉันว่าฝึกฝีปากมาแล้ว”อวี่เจ๋อหัวเราะ “ฝึกได้แบบนี้ก็ดีแล้ว เป็นความสามารถพิเศษไม่ใช่เหรอไง? ดูตัวนายสิ ฝึกดูโหงวเฮ้งมาหลายปีขนาดนี้ยังไม่สำเร็จเลย แบบนี้สู้อวิ๋นตั่วไม่ได้หรือเปล่า”เฉินอวี้โมโหจนปอดจะระเบิด “พวกนายครูกับศิษย์ร่วมมือกันรังแกฉันใช่ไหม? แค่ข้าวมื้อเดียวเอง ไม่กินก็ได้”เฉินอวี้นั่งอารมณ์เสียอยู่บนโซฟา ท่าทางราวกับจะอดอาหารอวี่เจ๋อหยิบเสื้อคลุม แล้วดึงมืออวิ๋นตั่วเดินออกไปข้างนอก “ไปกันเถอะพี่หิวพอดีเลย”เฉินอวี้เห็นพวกเขาไม่กลับมา ก็ลุกขึ้นยืนแล้วพูดว่า “ไม่พาฉันกับชีซิงไปจริงๆ ดิ ทำได้ลงคอจริงๆ เหรอ”อวี่เจ๋อแค่แกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน โดยมีเจียงหนานเอามือปิดปากหัวเราะเดินตามหลังอยู่เฉินอวี้ตำหนิชีซิง “เราเป็นพวกเดียวกันนะ ทำไมนายไม่พูดอะไรเลยล่ะ?”“ใครเป็นพวกเดียวกับนาย?” ชีซิงถาม“นายนี่ ทำไมแปรพักตร์เสียแล้วล่ะ?”ชีซิง “ฉันมาคิดๆ ดูแล้ว พวกเราควรสู้กับความยากลำบาก ฉันตัดสินใจแล้ว ฉันจะเป็นครูให้อวิ๋นตั่ว คนสามคนเอาชนะขงเบ้งคนเดียวได้ ฉันไม่เชื่อหรอกว่าฉันกับอวี่เจ๋อ แถมยังมีเจียงหนาน จะช่วยดึงอวิ๋นตั่วคนเดียวไม่ได้ ฉันจะร่วมมือกับพวกเขาด้วย!”ชีซิงพูดพลางวิ่งออกข้างไปเฉินอวี้ระแวง “ถ้าอวิ๋นตั่วเป็นคนไม่เอาไหนขึ้นมาจะทำยังไง