“ไอ้หนูจ้าวหนิงเด็ดหัวยอดฝีมือระดับคุมปราณขั้นกลางด้วยกระบวนท่าเดียว นับว่าแข็งแกร่งหาตัวจับยาก ทว่านั่นเป็นเพราะอาศัยความพลิกแพลงของท่าเท้ากระจกวารี”
“ท่าเท้ากระจกวารีแม้นเป็นเคล็ดวิชาสุดยอดแห่งราชวงศ์ต้าฉี ทว่าสรรพวิชาในใต้หล้าล้วนมีดาวข่ม ย่อมไม่ไร้วิชาที่สามารถสะกดมันให้หมอบราบ” ฝั่งซ้ายของพลับพลาประทับ นัยน์ตาของหยางเหยียนกว่าง ผู้นำตระกูลหยางแห่งกว่างหลิงทอประกายคมกริบ
ภาพจ้าวหนิงบดขยี้ศัตรูในพริบตา ซ้ำยังระเบิดพลังระดับคุมปราณขั้นกลาง ทำให้หยางเหยียนกว่างลอบสูดลมหายใจหนาวเหน็บ
ก่อนหน้านี้จ้าวหนิงชักช้าอยู่เพียงระดับฝึกกาย ไม่อาจเทียบชั้นยอดอัจฉริยะตระกูลใหญ่ ยามนั้นหยางเหยียนกว่างย่อมคลางแคลงในสายเลือดเจิ้นกั๋วกง ทว่าบัดนี้ เด็กหนุ่มได้ตบหน้าผู้คนทั้งเมืองหลวง พิสูจน์พรสวรรค์สมฉายายอดอัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งตระกูลขุนนางบู๊
ทว่าพรสวรรค์ล้ำเลิศมิใช่ตั๋วผ่านทางสารพัดนึก อุปนิสัยการตัดสินใจต่างหากคือตัวชี้วัดความเป็นตาย จ้าวหนิงคว้าชัยเพียงหนึ่งสนามกลับริอ่าน ‘ยืนท้าประลอง’ ในสายตาหยางเหยียนกว่าง พฤติกรรมเช่นนี้ช่างจองหองจนเกินเยียวยา
มนุษย์ล้วนมีจุดบอด ทว่าต้องมิใช่ความมืดบอดที่หลงลืมกำ