วจะมาวุ่นวายอยู่กับเด็กทำไมกัน?อวี่เจ๋อก็สังเกตเห็นเทียนอี้แล้ว แทบจะทุกครั้งที่มารับอวิ๋นตั่ว อวี่เจ๋อจะต้องเห็นเขา แต่เหมือนว่าสีหน้าของอวิ๋นตั่วจะไม่ค่อยดีนัก“ทะเลาะกับเทียนอี้มาเหรอ?” อวี่เจ๋อถาม“หนูจะไปมีเรื่องทะเลาะอะไรกับเขาได้คะ”“พี่เห็นเมื่อก่อนเธอไม่ได้เป็นแบบนี้นี่? ”“หนูรู้สึกว่าพอเห็นเขาแล้ว ก็จะนึกไปถึงเรื่องที่พ่อเขาใช้อำนาจรังแกคนอื่น ก็เลยรู้สึกไม่ค่อยสบายใจน่ะค่ะ”“นี่มันยุคไหนกันแล้ว เธอยังทำตัวเป็นจูเหลียน*อีกเหรอ?”อวิ๋นตั่วรู้สึกว่าอวี่เจ๋อพูดถูก เธอจะทำตัวเป็นจูเหลียนไม่ได้ เรื่องที่หยูอี้ซินทำจะไปโทษเทียนอี้ไม่ได้“อวิ๋นตั่ว วันอาทิตย์ พวกเราไปเที่ยวที่ชานเมืองด้วยกันดีไหม? ฉันรู้จักอยู่ที่หนึ่ง สภาพแวดล้อมดีมากเลยล่ะ ขี่จักรยานไปน่าสนุกมาก” เทียนอี้ถาม“เอาสิ” อวิ๋นตั่วรับปากเขาอย่างสบายใจเทียนอี้กลับรู้สึกอึ้งไปเล็กน้อย เขานึกว่าอวิ๋นตั่วจะปฏิเสธเขาซะอีก เขาถึงขั้นคิดไปแล้วด้วยซํ้าว่าถ้าหากถูกเธอปฏิเสธเขาจะทำยังไงอวิ๋นตั่วมองเขาแล้วพูดขึ้น “ทำไมล่ะ ไม่อยากให้ฉันไปแล้วเหรอ เปลี่ยนใจแล้วเหรอ? ”“เปล่า”“ชวนเซียวเซียวกับจื่อเถิงไปด้วยกันสิ” อวิ๋นตั่วเสนอขึ้น “ไปหลายๆคน น่าสนุกดี”“ดีเลย!”“ฉันไปด้วยสิ” ไม่รู้ว่าสือเหยียนมายืนอยู่ข้างๆ พวกเขาตั้งแต่เมื่อไหร่อวิ๋นตั่วรู้สึกประหลาดใจมาก “เธอก็ไปเหรอ นี่ไม่ถือเป็นการเสียเวลาเรียนของเธอหรอกเหรอ คุณน้าจะอนุญาติหรือเปล่า?”“