พออวี่เจ๋อกลับมาถึงบ้าน ก็โดนพ่อกับแม่สั่งสอนทันทีโดยที่หลิวฮ่าวตงพูดขึ้นก่อนว่า “ได้ยินมาว่าวันนี้เพียวเพียวอุตส่าห์หวังดีเอาข้าวไปส่งให้ แต่แกไม่ใช่แค่ไม่ขอบคุณ แต่ยังทำสีหน้าไม่ไม่ดีใส่เธออีกด้วย”อวี่เจ๋อมองน้องสาวที่นั่งดูทีวีอยู่บนโซฟาแวบหนึ่งอวี่ซีจึงรีบส่ายหัวแล้วพูดขึ้นว่า “อย่ามามองหนูนะ หนูไม่ได้พูดอะไรทั้งนั้นแหละ”“เพียวเพียวกลับมาจากส่งข้าวให้ลูก ดวงตาของเธอก็แดงกํ่าเลย แม่กับพ่อของลูกถามอะไรไปก็ไม่ตอบ ตอนหลังพ่อเลยบอกว่าจะไปถามลูกที่บริษัทเธอกลัวว่าพ่อจะไปวุ่นวายที่บริษัทเพราะเรื่องนี้ แล้วเกิดผลกระทบไม่ดีกับลูกถึงได้พูดออกมา” ฟางผิงว่า“เธอบอกว่าอะไรครับ?” อวี่เจ๋อถาม“ก็ไม่ได้บอกอะไรหรอก ก็บอกว่าไปส่งข้าวให้ลูกแล้วลูกกับเพื่อนร่วมงานดูเหมือนจะไม่ต้อนรับเธอ เธอก็ไม่รู้ว่าเธอทำอะไรไม่ดี ก็เลยรู้สึกผิด”“เธอก็ไม่ได้ทำอะไรไม่ดีนี่ครับ คิดมากไปแล้ว” อวี่เจ๋อตอบด้วยนํ้าเสียงเรียบเฉย“อะไรคือคิดมากไปแล้ว!” หลิวฮ่าวตงตวาดขึ้น “ลูกว่าเพียวเพียวเธอไม่เหมาะกับแกตรงไหน ถ้าพูดถึงครอบครัว พ่อของเธอเป็นเจ้าของโรงงานส่วนพ่อแกเป็นพนักงานธรรมดา…”“จุดสำคัญก็ยังคงเป็นเพราะพ่อเธอมีโรงงาน” อวี่ซีที่อยู่ข้างๆ พูดแทรกออกมาประโยคหนึ่ง“หุบปากก่อนได้ไหม!” หลิวฮ่าวตงโมโห พูดจาราวกับไปกินลูกปืนมา“หน้าตาก็ดี ใช่สิ เธอเรียนสู้แกไม่ได้ แต่เธอเป็นผู้หญิงเรียนเก่งไปจะมีประโยชน์อะไร? พ่อจะบอกอะไรให้นะ ผู้