ื่อให้ปากคำเรียบร้อย จนออกมาจากสถานีตำรวจแล้วอวี่เจ๋อก็จะพาอวิ๋นตั่วไปโรงพยาบาล แต่เธอกลับไม่ยอม ถ้าไปโรงพยาบาลก็ต้องได้นอนโรงพยาบาล ซึ่งมันไม่ต่างกับการติดคุกเลยสักนิด เธอไม่เอาด้วยหรอก ทั้งสองต่างยืนกรานไม่มีใครยอมใคร สุดท้ายอวี่เจ๋อจึงยอมประนีประนอม ส่งเธอกลับบ้านอวิ๋นตั่วบอกกับเทียนอี้ว่า “นายกลับไปเถอะ ไปโรงเรียนตอนนี้ยังทันอย่าลืมเอารูปที่ฉันบาดเจ็บให้เสี่ยวฟางดูด้วยนะ”เทียนอี้ไม่เต็มใจอย่างเห็นได้ชัด “ฉันก็มีรอยชํ้าเหมือนกัน แล้วเธอยังจะให้ฉันไปเรียนอีกเหรอ ไม่ไร้มนุษยธรรมเกินไปหน่อยหรือไง?”เทียนอี้ทิ้งท้ายไว้แบบนั้น ก่อนที่จะเดินออกไปโดยไม่หันกลับมามองอีกทางด้านอวิ๋นตั่ว เมื่อเธอเดินไปได้สองก้าว ความเจ็บที่ขาก็แล่นปรี๊ดจนต้องขบฟัน“เจ็บหรือเปล่า?” อวี่เจ๋อถาม“ก็ต้องเจ็บสิคะ” อวิ๋นตั่วว่า“ทำไมเธอถึงบาดเจ็บแบบนี้ล่ะ?”“ถ้าหนูบอก พี่ห้ามบอกแม่นะคะ” อวิ๋นตั่วหัวเราะอวี่เจ๋อไม่ได้มีท่าทีว่าจะรับปาก จนกระทั่งอวิ๋นตั่วเล่าเรื่องให้ฟังอวิ๋นตั่วเล่าว่า “หนูเห็นเทียนอี้ขี่จักรยานแบบปล่อยมือก็เลยอยากลองทำตามบ้างน่ะค่ะ”อวี่เจ๋อแทบจะเข้าไปตีอวิ๋นตั่วทันทีตอนที่ได้ฟัง “ทำไมเธอชอบทำให้คนอื่นต้องกังวลอยู่เรื่อยเลย?”“หนูแค่อยากเรียนเทคนิคหนึ่งเท่านั้นเอง?”“นั่นเป็นเทคนิคเหรอ เรียนแล้วจะไปเป็นนักแสดงกายกรรมหรือไง?”“เป็นนักแสดงกายกรรมก็ไม่ได้มีอะไรไม่ดีนี่คะ ก่อนหน้านี้หนูเคยอ่านMy Life As Empe