อวิ๋นตั่วลุกขึ้นยืน ปัดเศษดินออกจากเสื้อผ้า แต่ไม่ว่าจะปัดยังไงก็ไม่ยอมหลุดไปสักที ช่างเถอะ ไม่หลุดก็ไม่ปัดแล้ว เธอพยุงรถจักรยานขึ้น “ทำอะไรอย่าหวังผลตอบแทน แบบนี้เราจะสบายใจมากกว่า”เซียวเซียวประคองจักรยานของตัวเองขึ้น หน้ามุ่ยลงยามเอ่ยออกมา“สบายใจแล้ว แต่แบบนี้เราจะกลับบ้านกันได้ยังไง?”อวิ๋นตั่วคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ฉันจะไปที่ๆ หนึ่งก่อน”เพราะแบบนั้น ทั้งสามจึงไปปรากฏตัวตรงหน้าของอวี่เจ๋อด้วยใบหน้าที่บวมชํ้า“นะ…นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”หลิวอวี่เจ๋อมองทั้งสามคนด้วยความไม่สบายใจอย่างที่จะเห็นได้น้อยครั้งนัก เฉินอวี้กับชีซิงที่ยืนอยู่ด้านหลังของเขาก็มีสีหน้าตื่นตะลึงไม่แพ้กัน“มีเรื่องมาน่ะค่ะ” ท่าทีของอวิ๋นตั่วดูสงบมาก เธอรู้สึกว่าตัวเองกล้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง ถ้าไม่ยกธงให้เธอ นั่นถือเป็นความบกพร่องของสังคมแล้วเพราะแบบนั้นเธอก็เลยรู้สึกว่าไม่มีอะไรที่จะต้องปิดบัง“ทำไมถึงไปมีเรื่องได้ มีเรื่องกับใคร ไปมีเรื่องที่ไหนมา?”อวี่เจ๋อเอ่ยถามราวกับรัวปืนกล ทำเอาอวิ๋นตั่วรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา
“ห้องนํ้าอยู่ไหนคะ ขอเราเข้าไปล้างตัวได้ไหม เสร็จแล้วเดี๋ยว……จะมาตอบคำถามของพี่”อวี่เจ๋อนำอวิ๋นตั่วกับเซียวเซียวไปที่ห้องนํ้าจื่อเถิงที่นั่งอยู่ในออฟฟิศของอวี่เจ๋อ เริ่มเล่าเรื่องราวเมื่อตอนบ่ายของพวกเขาให้ชีซิงกับเฉินอวี้ฟังจนกระทั่งอวิ๋นตั่วกับเซียวเซียวออกมาจากห้องนํ้านั้น ชีซิงกับเฉินอวี้ก็ยกสองมือประสานอก “ท่าน