ร้อมกับทำหน้ามุ่ย “ทำยังไงดีๆๆ”ขณะที่ถามว่าทำยังไงดีออกมาเป็นครั้งที่สามนั้น ก็มีมือข้างหนึ่งดึงกระเป๋าหนังสือของเซียวเซียวไว้ เธอที่ตั้งตัวไม่ทันจึงล้มลงกับพื้น“อวิ๋นตั่ว!” เซียวเซียวกรีดร้องออกมาอวิ๋นตั่วที่เพิ่งขี่ไปถึงทางแยกและกำลังจะเลี้ยว พอหันมาก็เห็นรถของเซียวเซียวล้มลงแล้ว เทียนอี้ก็กระโดดลงจากรถก่อน จากนั้นอวิ๋นตั่วก็รีบลงจากรถ ก่อนที่จะเข็นรถตรงไปชนที่คนทั้งสามจื่อเถิงไม่ได้สังเกตเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาขี่จักรยานอยู่ข้างหน้า จู่ๆพอหันมาก็เห็นอวิ๋นตั่วกับเซียวเซียวอยู่ด้านหลัง กำลังสู้กับคนอื่นอยู่แล้วความคิดของเขาตีกันอยู่พักหนึ่ง รู้สึกว่าในฐานะผู้ชายคนหนึ่ง เขาไม่ควรจะทำตัวไร้นํ้าใจแบบนั้น เช่นนั้นจึงรีบกลับเข้าไปร่วมกับคนอื่นด้วยทั้งเจ็ดคนต่อสู้ตะลุมบอนกัน เซียวเซียวที่ไม่มีความสามารถในการต่อสู้ได้แต่กรีดร้องออกมา ในที่สุดเทควันโดของอวิ๋นตั่วก็ได้ใช้ประโยชน์เสียที แต่ดูเหมือนจะเป็นเพียงกระบวนท่าสวย แต่ใช้การจริงไม่ได้เท่านั้น เพียงใช้ออกไปแค่สองท่าก็ค่อยๆ กลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบเสียแล้ว จื่อเถิงที่ปกติแล้วเบื่อหน่ายอวิ๋นตั่วมาก ออกหมัดไปไม่ถึงสองหมัดก็เหนื่อยจนหอบ เทียนอี้เป็นนักสู้ที่เก่งจริงๆ เขาดูเหมือนจะรู้วิชามวย อีกทั้งยังแข็งแรงมาก มีสุภาษิตกล่าวไว้ว่า „สวมรองเท้าไม่น่ากลัวเท่าเท้าเปล่า สู้กับอันธพาลไม่น่ากลัวเท่าสู้กับคนไม่เสียดายชีวิต‟ เทียนอี้นั้นเป็นคนไ