ชีซิงรู้สึกแปลกใจมาก เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่อวี่เจ๋อยอมประนีประนอมกับเฉินอวี้ ซึ่งก่อนหน้านี้เขาดูถูกคำพูดของเฉินอวี้สุดๆ“ทำไมถึงได้ยอมล่ะ?” ชีซิงถาม“ไม่ใช่ว่ายอม แต่พอลองชั่งนํ้าหนักดูแล้วรู้สึกว่าถึงจะประหยัดเงินส่วนนี้ไป แต่ก็มีส่วนที่ต้องเสียไปไม่คุ้มกัน”อวี่เจ๋อ ชีซิงและเฉินอวี้ยืนอยู่ที่หน้าออฟฟิศชั้นที่ยี่สิบสองด้วยจิตใจที่ไม่สงบราวกับถูกคลื่นโหมซัด“ต่อจากนี้ เราก็มีบริษัทจริงๆ กันแล้ว” เฉินอวี้ว่า“แม้แต่จะฝันฉันยังไม่เคยฝันถึงเลยว่าเราจะมีออฟฟิศที่ใหญ่ขนาดนี้” ชีซิงทอดถอนใจ“นี่เป็นแค่ก้าวแรกเท่านั้น ต่อไปเราต้องสร้างทีมให้แกร่งขึ้น” อวี่เจ๋อว่า“ก๊อกๆ” มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น ทั้งสามจึงหันไปมองและก็เห็นเจียงหนานยืนอยู่ตรงนั้น “ได้ยินว่าพวกนายรับสมัครพนักงาน ฉันก็เลยมาสมัคร”ทั้งสามถึงกับมึนไปในทันที“เราเพิ่งพูดว่าจะรับสมัครเมื่อกี้ และมันก็เป็นแค่ความคิดที่แวบขึ้นมาเท่านั้น แล้วเธอมาได้ยังไงกัน” เฉินอวี้ถาม“ทำไมล่ะ ฉันไม่เหมาะเหรอ?”ชีซิงยกมือเกาหัวอย่างหนักใจ “พวกเราแค่กลัวว่าศาลเจ้าจะเล็กเกินไปจนไม่สามารถประดิษฐานพระพุทธรูปองค์ใหญ่อย่างเธอได้! เพียงแค่พ่อของเธอออกปาก ก็ไม่มีบริษัทไหนที่ไม่รับเธอหรอก”เจียงหนานหน้าบึ้งขึ้นมาทันที “แล้วฉันต้องพึ่งพาแต่พ่อของฉันเท่านั้นหรือไง? ที่ฉันมาหาพวกนาย ก็เพราะอยากจะหาที่ที่จะเติบโตไปด้วยกันกับฉันได้ ไม่ใช่เพราะพ่อ แต่เป็นเพราะที่นี่คู่คว