อวี่เจ๋อหยิบกระเป๋าเดินออกไปข้างนอก เฉินอวี้เดินตามมาข้างหลัง โดยมีชีซิงที่ออกจากประตูเป็นคนสุดท้าย เขายืนอยู่ตรงหน้าประตู มองซ้ายมองขวา ราวกับกำลังคิดอะไรอยู่“เป็นอะไร” อวี่เจ๋ออดที่จะถามออกไปไม่ได้“ฉันกำลังดูว่าทำอะไรตกไว้หรือเปล่า” ชีซิงตอบ“อย่าไปสนใจเขาเลย เขาเป็นโรคยํ้าคิดยํ้าทำ ออกไปไหนทีก็ทำแบบนี้ตลอดแหละ” เฉินอวี้ว่าอวี่เจ๋อพูดขึ้นมาว่า “ฉันนึกเรื่องตลกขึ้นมาได้เรื่องหนึ่งล่ะ มีคนคนหนึ่งเป็นโรคยํ้าคิดยํ้าทำ ทุกครั้งที่จะออกจากบ้านก็มักจะกังวลว่าลืมล็อคประตูหรือเปล่า ทุกครั้งที่ลงไปถึงด้านล่างแล้วก็จะไม่วางใจ ยังต้องกลับขึ้นมาดูว่าประตูล็อคเรียบร้อยแล้วหรือยัง บ้านของเขาอยู่ที่ชั้นสี่ หากทำแบบนี้ทุกครั้งจะทำให้เขาเปลืองแรงมาก ดังนั้นก็เลยมีคนเสนอความคิดขึ้นมาว่าหลังจากที่เขาล็อคประตูแล้วให้ทำอะไรหนึ่งอย่าง เพื่อที่เขาจะได้จำได้มากขึ้น เพราะแบบนั้นเขาเลยตัดสินใจว่าหลังจากล็อคประตูแล้วเขาจะชูมือซ้าย แต่สองสามวันผ่านไป เขาก็คิดขึ้นมาอีกว่าเขาชูมือซ้ายแล้วหรือยัง เพราะแบบนั้นเพื่อให้จำได้มากขึ้น เขาก็เลยคิดว่าเมื่อชูมือซ้ายเสร็จก็จะชูมือขวาต่อ แต่พอผ่านไปสองสามวันเขาก็คิดว่าชูสองมือเลยดีไหม ดังนั้นเขาก็เลยคิดว่าหลังจากชูสองมือแล้วจะย่อขาก้าวไปข้างหน้าด้วย…… หนึ่งเดือนต่อมา ถ้าเขาทำท่ากายบริหารแบบนั้นไม่เสร็จ เขาก็จะออกจากบ้านไม่ได้”เฉินอวี้เมื่อได้ฟังแล้วก็หัวเราะออกมาเสียงดังชี