ยสองคน อีกคนพาเธอไปสู่เส้นทางของนักกวีหญิงหลี่ชิงจ้าว ส่วนอีกคนพาเธอไปเส้นทางของนางแม่มดซุนเอ้อเหนียง เป็นทิศทางที่ตรงข้ามกันเลยนะ ”อวิ๋นตั่วกลอกตาใส่จื่อเถิง “นึกว่าฉันโง่เหมือนนายเหรอ ที่เอาส่วนดีไปเติมเต็มส่วนที่ขาดไม่เป็น? เห็นฉันยอดเยี่ยมขนาดนี้ ก็น่าจะรู้นะว่าฉันแยกแยะได้ด้วยตัวเอง”จื่อเถิงหัวเราะเยาะพลางพูดว่า “ฉันเคยเห็นคนหลงตัวเองมาก่อนนะ แต่ไม่เคยเห็นใครที่หลงตัวเองได้อย่างเธอเลย”“นี่เขาเรียกว่าความมั่นใจในตัวเองต่างหาก!” อวิ๋นตั่วว่า“ใช่ มันคือความมั่นใจในตัวเอง วิชาต่อไปคือวิชาคณิตศาสตร์ หวังว่าเธอจะยังรักษาความมั่นใจนี้ไว้ได้นะ!” เซียวเซียวพูดวิชาคณิตศาสตร์! พออวิ๋นตั่วได้ยินคำนี้แล้วก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันที“เธอเกลียดคณิตศาสตร์ขนาดนี้ แล้วอนาคตจะสืบทอดกิจการพ่อเธอได้ยังไงกัน?” เซียวเซียวถาม“ก็ยังมีพี่ชายฉันอยู่ไง” อวิ๋นตั่วตอบ“ถ้าพ่อของเธอฝากความหวังไว้ที่พวกเธอสองพี่น้อง บริษัทต้องล่มจมแน่!” จื่อเถิงเป็นกังวลแทนพ่อของอวิ๋นตั่วคุณครูคณิตศาสตร์ของพวกเขารูปร่างอ้วนและมีอายุ ดวงตาที่อยู่หลังแว่นนั้น เล็กจนเหลือแค่เส้นเดียว“ฉันได้ยินมาว่าครูคณิตศาสตร์มีฉายาด้วยนะ เธอเดาสิว่าคืออะไร?”เซียวเซียวกระซิบกับอวิ๋นตั่ว“ตาขีดเหรอ?” อวิ๋นตั่วถามเซียวเซียวอ้าปากค้างด้วยความตกใจมาก “เธอรู้ได้ยังไง?”“ดูจากดวงตาของเขา ก็เดาออกแล้ว” อวิ๋นตั่วตอบ