ักเองดีกว่า”“ถ้าหั่นผักไม่ได้แล้วหนูจะผัดผักได้ยังไงล่ะคะ” อวิ๋นตั่วว่าคุณหวงพูดหลอกล่อเธอ “พวกเชฟใหญ่เขาก็ไม่หั่นผักเองกันหรอกนะจ๊ะหลักๆ ทำหน้าที่ปรุงก็พอ”“ป้าหลอกหนูนี่นา เห็นหนูเป็นเด็กสามขวบเหรอคะ”เธอถือโอกาสไล่แม่บ้านหลิวกับคุณหวงออกไปจากห้องครัว “ถ้าหนูไม่อนุญาตก็ห้ามใครเข้ามานะคะ”ทั้งสองที่อยู่นอกห้องครัวตื่นเต้นจนเท้าแทบไม่ติดพื้น คิดฟุ้งซ่านไปต่างๆนานาถึงเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น และยิ่งคิดก็ยิ่งกลัวมากขึ้นด้วย เริ่มแรกก็แค่เป็นห่วงว่าอวิ๋นตั่วจะผัดผักจนไหม้ติดกระทะ แต่พวกเธอค่อยๆ นึกไปว่าอวิ่นตั๋วจะหั่นผักจนมีดบาดมือ จนสุดท้ายคิดไปถึงขั้นแก๊สระเบิด พอนึกถึงภัยร้ายนี้ขึ้นมา ทั้งสองก็ไม่มีทางเลือกแล้วจริงๆทำได้เพียงไปขอร้องชูยิน“คุณนายคะ ให้คุณหนูออกมาเถอะค่ะ พวกเราเป็นห่วงจริงๆ นะคะ”ชูยินก็เอ่ยตอบอย่างใจกว้าง “ไม่เป็นไรหรอก ไม่ว่าจะทำเรื่องอะไร เธอจะตื่นเต้นสนใจกับมันแค่ช่วงแรกเท่านั้นแหละ รอให้ผ่านความวุ่นวายนี้ไปก่อนเถอะ ถึงตอนนั้นจะขอให้เธอเข้าครัว เธอก็คงไม่เข้าแล้วล่ะ”ชูยินไม่รู้ว่าเรื่องที่อวิ๋นตั่วทำแล้วสนใจแค่ตอนแรกนั้นเป็นสิ่งที่อวิ๋นตั่วไม่เต็มใจทำ แต่การทำอาหารเป็นสิ่งที่อวิ๋นตั่วอยากทำเองเวลาที่อวิ๋นตั่ววุ่นวายกับสิ่งนี้ช่างยาวนานนัก เรื่องเวลานั้นไม่สำคัญหรอก จุดที่สำคัญอยู่ตรงที่ เธอไม่ยอมให้แม่บ้านหลิวกับคุณหวงช่วยเหลือเลยวันทั้งวันเหมือนกำลังทำสงครามอยู่ในค