่ เฉินอวี้ ชีซิง”“เธอเองเหรออวิ๋นตั่ว” เฉินอวี้มองอวิ๋นตั่วด้วยความประหม่าตื่นเต้นอวิ๋นตั่ว สองคำนี้สาดใส่หูเขาราวกับเสียงฟ้าผ่า เขาดันไปชนเข้ากับคุณหนูของตระกูลอวิ๋น หากเกิดอะไรขึ้นมาตัวเองคงชดใช้ไม่ไหวแน่ “เธอไม่เป็นอะไรจริงๆ นะ เจ็บตรงไหนบอกฉันได้ จะไปเอ็กซเรย์หน่อยไหม หรือทำ CTสแกนดีล่ะ”“นายจะตื่นตระหนกอะไรขนาดนั้น” ชีซิงถามเฉินอวี้พูดตามความจริง “ชนคุณหนูตระกูลอวิ๋นล้มแล้ว ไม่เท่ากับว่า ไปขีดเขียนลงบนภาพโมนาลิซ่าหรอกเหรอไง ฉันจะไม่ตื่นตระหนกได้ยังไงกัน
ปฏิทินโหราศาสตร์เล่มนั้นมันต้องเป็นฉบับปลอมแน่ ทำไมในนั้นเขียนว่าทุกอย่างจะราบรื่นล่ะ”“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ หนูไม่ได้บอบบางขนาดนั้น” อวิ๋นตั่วว่าพออวิ๋นตั่วพูดแบบนี้ เฉินอวี้ก็เบาใจลงแล้ว เขามองอวิ๋นตั่วด้วยท่าทางประจบสอพลอ “อวี่เจ๋อ นักเรียนของนายไม่ธรรมดาจริงๆ นะ เหมือนกลอนบทนั้นเลย ดรุณีน้อย…ดรุณีน้อย แล้วอะไรต่อนะ”“ดรุณีน้อยบอบบางอรชร ดุจดั่งลูกกระวานปลายฤดูใบไม้ผลิ” อวิ๋นตั่วกล่าวขึ้นเฉินอวี้ตกตะลึง “อัจฉริยะหญิงนี่นา!”อวิ๋นตั่วไม่เข้าใจ “ถ้าท่องกลอนได้ก็เป็นอัจฉริยะหญิงได้แล้วเหรอคะ”“ยังไงซะเธอก็ทำลายภาพคุณหนูในจินตนาการของฉันไปหมดแล้ว”เฉินอวี้นั่งลงบนโซฟาข้างๆ อวิ๋นตั่ว “คนที่โดดเด่นด้านงานประพันธ์แบบนี้ หายากมากเลยนะ!”อวิ๋นตั่วชี้ไปที่อวี่เจ๋อแล้วพูดว่า “หนูแค่โดนบังคับให้ท่องกลอนไม่กี่บทเอง มีอะไรน่าตกใจขนาดนั้นเลยเหรอคะ”