ตอนอวิ๋นตั่วไปล้างกระบอกเก็บความร้อน เฉินอวี้กับชีซิง พาร์ทเนอร์ผู้ร่วมเปิดบริษัทกับอวี่เจ๋อก็เข้ามาเยี่ยมเขาพอดีเฉินอวี้บอกว่า “เพิ่งจะประเดิมเปิดบริษัท นายก็บาดเจ็บซะแล้ว นี่ไม่ใช่ลางดีนะเนี่ย!”ชีซิงด่า “ปากเสีย! ฉันว่าชื่อนายก็ไม่ใช่ลางดีเหมือนกันแหละน่า เฉินอวี้อวี้อวี้กั่วฮวนแปลว่าซึมเศร้าเหงาหงอย นายว่าตอนแรกพ่อนายคิดอะไรอยู่ล่ะ”เฉินอวี้เลิกคิ้วขึ้น “ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ได้ยินว่าตอนฉันเป็นเด็ก มีหลายคนพูดหว่านล้อมพ่อฉัน บอกว่ามีลูกชายแค่คนเดียว ควรจ่ายเงินให้ซินแสตั้งชื่อดีๆ ให้สักชื่อเถอะ แต่ผลก็คือ แม้ว่าพ่อฉันจะโดนกดดันมากขนาดไหน แต่เขาก็ยืนหยัดไม่เปลี่ยนความคิดอยู่ดี!”ชีซิงหัวเราะออกมา “มีคนบอกว่าพ่อกับลูกนิสัยมักจะตรงข้ามกัน ฉันว่าคำพูดนี้ถูกต้องเลย พ่อนายไม่เชื่อเรื่องโชคลาง แต่พอมีลูกชาย ลูกชายดันศึกษาคัมภีร์อี้จิงซะแล้ว เวลาจะออกจากบ้านก็ต้องดูปฏิทินโหราศาสตร์ซะก่อน”ชีซิงไม่ได้พูดเล่นเลยสักนิดเฉินอวี้เป็นผู้สนใจศึกษาอภิปรัชญาที่มีความรู้ลึกซึ้งมาก ตั้งแต่สิบสองราศียันไพ่ทาโร่ไปจนถึงคัมภีร์อี้จิง เขาอ่านผ่านตามาหมด ปกติงานอดิเรกของเขาคือถามวันเกิดคนแล้วก็ทำนายดวงให้แน่นอนว่าส่วนใหญ่บอกว่าทำนายไม่แม่น จนเขาโดนอัดเจ็บตัวอยู่เสมอครั้งที่เฉินอวี้โดนอัดแรงที่สุดก็คือตอนปีสอง เขาเป็นอาสาสมัครต้อนรับนักศึกษาใหม่ พอเจอกับนักศึกษาน้องใหม่คนหนึ่ง เฉินอวี้ก็วิ่งเข้าไปถามวันเกิ