่รู้ว่าที่อวิ๋นตั่วกินให้อิ่มตอนนี้ ก็เพื่อจะเตรียมกลับไปอดอาหารประท้วงในตอนเย็นพอสือเหยียนเห็นอาหารที่อยู่ตรงหน้าอวิ๋นตั่ว เธอก็ได้แต่ขมวดคิ้วยามเอ่ยถาม “อวิ๋นตั่ว เธอกินคนเดียวเยอะขนาดนี้เลยเหรอ”“ใช่” อวิ๋นตั่วเห็นสีหน้าของสือเหยียนแล้วก็รีบก้มหน้าลงด้วยความอับอาย“อ้วนขนาดนี้แล้วยังจะกินอีกเหรอ” สือเหยียนมองอวิ๋นตั่วด้วยสายตาที่ราวกับมองเด็กน้อยที่ทำผิด “เธอรู้ไหมว่าตอนนี้เธอเหมือนอะไร”“อะไร?” อวิ๋นตั่วเงยหน้า ซอสจากพาสต้ายังเลอะติดอยู่ที่ริมฝีปากและบริเวณรอบๆสือเหยียนแทบปิดบังความรังเกียจของตัวเองไว้แทบไม่มิด “เหมือน…เหมือน…หมู!”คนถูกว่าวางส้อมลงบนโต๊ะ กินไม่ลงอีกต่อไปแล้วเธอรู้สึกราวกับมีอะไรบางอย่างอัดอั้นอยู่ในใจ หายใจแทบไม่ออก จนแทบรู้สึกจะทนไม่ไหว เธอรู้สึกเจ็บที่ดวงตา ก่อนที่นํ้าตาหยดใสๆ จะค่อยๆ
ไหลอาบลงมาเธอเดินไปถึงหน้าประตูของโรงอาหาร ตรงนั้นมีกระจกบานใหญ่บานหนึ่งตั้งอยู่ เธอมองภาพสะท้อนของตัวเองจากในกระจก ริมฝีปากยังสกปรกมอมแมม ไม่น่าดูจริงๆ นั่นแหละ! เธอเอาชายเสื้อขึ้นมาเช็ดคราบซอสออกรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้อ้วนอย่างที่สือเหยียนว่าเลยสักนิด“อวิ๋นตั่ว เธอสวยมาก!” เธอบอกกับตัวเองแบบนั้น แต่ก็ยังอดคิดสงสัยไม่ได้ว่าตัวเองพูดจาหลงตัวเองไปหรือเปล่าดังนั้นเธอจึงตัดสินใจไปถามอวี่เจ๋อ เพื่อเป็นการพิสูจน์———————————————