เดี๋ยวแม่ปริ๊นมาให้คนละรูปนะ” เธอว่าแล้วก็หมุนตัวเดินเข้าไปในบ้านอีกครั้งสามนาทีต่อมา ในมือของทั้งสามก็มีรูปอยู่คนละใบ ในรูปมีว่าวตะขาบตัวหนึ่ง ตรงมุมล่างด้านซ้ายมีเด็กสามคนกำลังเงยหน้ามองว่าวตะขาบที่ลอยอยู่บนฟ้าสองมือของอวิ๋นตั่วถือรูปไว้อย่างทะนุถนอม เธอวิ่งเข้าไปในห้องนอน
หยิบเอากรอบรูปที่อยู่หัวเตียงมาแกะเอารูปในวัยเด็กออก แล้วใส่รูปที่เพิ่งถ่ายเข้าไปแทนจากนั้นก็มองดูอย่างตั้งใจอีกครั้งด้วยท่าทางพึงพอใจอวี่เจ๋อถือรูปกลับบ้าน เขาเข้าไปในห้องนอนของตัวเอง แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะในห้องนั้นไม่มีแม้แต่กรอบรูปเลยสักอันเพราะแบบนั้นเขาจึงเปิดลิ้นชักออกมา แล้วสอดรูปไว้ในหนังสือแทนอวี่ซีเข้าไปในห้องของพี่ชาย เพื่อที่จะขอยืมหนังสือ แต่อวี่เจ๋อกลับไม่อยู่เธอก็เลยต้องหาเอง ทว่าพอเปิดลิ้นชักออกมาแล้วก็ได้เห็นรูปใบหนึ่งที่ทำให้เธอรู้สึกราวกับพบโลกใบใหม่เธอถือรูปนั้นไปให้ฟางผิงดู “แม่คะ ดูรูปพี่น้องตระกูลอวิ๋นสิ”ฟางผิงที่กำลังล้างผักอยู่นั้นเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อน รับรูปที่ลูกสาวส่งให้แล้วเอ่ยประโยคแรกออกมาว่า “รูปใบนี้ถ่ายออกมาสวยจริงๆ ทำไมเราถ่ายรูปดีๆ แบบนี้บ้างไม่ได้นะ”“ก็กล้องเขาดี เลนส์ก็ดี กล้องกระจอกๆ ของเราไม่มีทางถ่ายรูปแบบนี้ออกมาได้หรอกค่ะ”“คิดไม่ถึงเลยว่าสองพี่น้องตระกูลอวิ๋นจะหน้าตาดีแบบนี้ โดยเฉพาะแม่หนูนั่น เหมือนภาพแกะสลักเลย”“ผิวก็ดี เสื้อผ้าก็ดี จะน่าเกลียดได้ยังไงล่ะคะ”“นั่นก็ต