มดูจากนั้นก็ใช้ลิ้นเลีย นี่มันซอสมะเขือเทศ“บ้าเอ๊ย!” เด็กหนุ่มเบ้ปาก เขารู้สึกว่าต้องมีใครเล่นพิเรนทร์แน่ๆวันที่สาม เมื่อเด็กหนุ่มกลับถึงบ้าน ครั้งนี้เขาเอาไฟฉายส่องไปที่พื้นหน้าประตูก่อน แล้วก็พบตุ๊กตาแมวเดียวกับเมื่อวาน แต่บนตัวมีการทาสีแดงเยอะกว่ามากพอมีประสบการณ์จากเมื่อวานเขาก็ไม่กลัวแล้ว เขาเดินเข้าไปหยิบตุ๊กตาขึ้นมา แต่ขณะที่หยิบตุ๊กตานั้นอยู่ๆ เด็กหนุ่มก็รู้สึกขนลุกมันแปลกๆ นะ!ความรู้สึกเหนียวๆ แบบนี้มัน……เด็กหนุ่มยืนตัวแข็งพลางค่อยๆ เอาตุ๊กตาขึ้นมาดมกลิ่นเลือด!ทันใดนั้นเด็กหนุ่มก็ทำท่าเหมือนโดนน ้าร้อนลวก เขาโยนตุ๊กตาทิ้งไปอีกทางกลิ่นคาวเลือดยังคงติดอยู่ที่ปลายจมูก มันทำให้เขานึกถึงภาพที่คลับที่มีคนเลือดท่วมตัวเขาสูดหายใจเข้าลึกๆ อยู่หลายที เด็กหนุ่มเอาไฟฉายส่องไปที่แม่กุญแจ แต่มือที่หยิบกุญแจนั้นกลับชะงักลงตรงแม่กุญแจที่ล็อคบ้านนั้นมีรอยสีแดงเป็นทางยาว กับรอยข่วนคล้ายกับมีแมวมาข่วนลากยาวตั้งแต่ตรงแม่กุญแจลงไปเพียงแต่ว่ารอยนี้มันเป็นสีเลือดครั้งนี้เจิ้งทั่นไม่ได้ใช้ซอสมะเขือเทศ เมื่อช่วงกลางวันขณะที่เขาไปเดินเล่นแถวคณะวิทยาศาสตร์ชีวภาพได้เห็นนักศึกษากำลังเก็บตัวอย่างเลือดกระต่ายกันอยู๋ในห้องทดลองพื้นฐาน ตัวอย่างเลือดถูกบรรจุอยู่ในหลอดพลาสติก ซึ่งภายในได้มีการเติมสารเฮพารินโซเดียมเพื่อป้องกันเลือดแข็งตัว เจิ้งทั่นมาแถวนี้บ่อยจึงเคยได้ยินมาบ้างครั้นแล้วเจิ้งทั่นจึงฉวยโอกาสที