เจิ้งทั่นไม่ได้รู้สึกเห็นด้วยที่เสี่ยวโย่วจื่อเดินเข้าไปในป่า ถึงตอนนี้จะเป็นเวลากลางวันก็ตาม เรื่องราวด้านมืดของป่าแห่งนี้เขาพบเห็นมาเยอะ บางทีอาจต้องรอตึกใหม่ๆ แถวนี้สร้างเสร็จก่อนจนค่อยๆ เป็นที่รู้จักมากขึ้น ถึงจะทำให้บรรดาอาจารย์และนักเรียนรู้สึกว่ามีความปลอดภัยต้นไม้ที่ใบร่วงหล่นหมดแล้วในป่ามีอยู่มาก ส่วนต้นไม้จำพวกที่มีใบเขียวตลอดก็มีอยู่ไม่น้อย แต่สถานที่เปลี่ยวแบบนี้ย่อมให้ความรู้สึกในด้านมืดมากกว่า ต่อให้เป็นป่าที่มีใบไม้เขียวชอุ่ม แต่กลับให้ความรู้สึกเหมือนมีเงามืดอยู่เบื้องหลังเสี่ยวโย่วจื่อกำไม้นวดแป้งไว้ในมือแน่น เห็นได้ชัดว่าเด็กน้อยดูหวาดวิตกเมื่อต้องเข้าไปใน ‘พื้นที่อันตราย’ ก่อนหน้านี้ตอนที่มากับพวกเจียวหย่วนไม่รู้สึกกลัวเลยสักนิด เพราะเจียวหย่วน สงสง และคนอื่นๆ เป็นพวกไม่กลัวอะไรอยู่แล้วถึงแม้ว่าตอนนี้จะมาคนเดียว แต่บางทีอาจเป็นเพราะมีเจิ้งทั่นคอยนำทางให้ ทำให้เธอไม่รู้สึกหวาดกลัวเท่ากับเด็กที่เข้ามาเพียงลำพังเจิ้งทั่นฟังเสียงที่ลอยมา เป็นเสียงของเด็กผู้หญิงสองคนกำลังร้อง น ้าเสียงมีความวิตกกังวลเจือปนอยู่ ท่ามกลางเสียงร้องของเด็กทั้งสองก็มีเสียงเห่าของเจ้าหลังดำอยู่ด้วย ตอนแรกเจิ้งทั่นรู้สึกว่ามันไม่ได้มีท่าทางที่จะเข้าทำร้าย แต่เสียงเห่าของเจ้าหลังดำก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป มันเริ่มรำคาญแล้วเด็กที่ไม่เคยเลี้ยงสุนัขย่อมไม่เข้าใจพฤติกรรมและเสียงร้องที่แตกต่างกันไปตามอารม