การที่ได้ติดตามหลี่หยวนป้าออกไปเดินข้างนอก ทำให้เจิ้งทั่นได้เรียนรู้อะไรมากมายได้ยินมาว่าหลี่หยวนป้าเคยเป็นแมวเร่ร่อนมาก่อน เห็นได้ชัดจากสกิลเอาตัวรอดที่เหนือชั้นกว่าแมวที่มีเจ้าของมาก มันสามารถแยกแยะสภาพแวดล้อมที่มีทั้งคนดีคนเลว สัตว์เลี้ยงที่เป็นมิตรหรือเป็นศัตรูได้เก่งมาก แม้แต่วิธีรับมือกับคนที่เดินผ่านไปมากับยามเจอคนที่มีเจตนาร้ายก็แตกต่างกันมนุษย์บางคนพอทำท่าขู่ให้กลัว คนอื่นก็จะถอยห่าง แต่บางคนยิ่งแสดงการข่มขู่มากเท่าไร ยิ่งเหมือนเป็นการดึงดูดให้เข้าใกล้มนุษย์ก็เป็นแบบนี้ ส่วนแมวนั้นมีฐานะต ่าต้อย พอตกอยู่ในสถานการณ์คับขันก็จะแสดงออกแตกต่างกัน เวลาเห็นคนเดินตามตรอกซอกซอยจะวิ่งหนี เพราะไม่สามารถแยกแยะเจตนาของคนเหล่านั้นได้ หลังจากที่ถูกทำร้ายไม่กี่ครั้งก็จะจดจำ พอเห็นมนุษย์จึงวิ่งหนีแต่หลี่หยวนป้าสามารถคิดหาวิธีมารับมือได้ภายในเวลาอันสั้น ยกตัวอย่างเช่นตอนที่เดินผ่านร้านชานม ที่เก้าอี้ด้านข้างมีคู่รักคู่หนึ่งนั่งอยู่ ฝ่ายชายส่งเสียงร้อง ‘เมี้ยว’ ออกมา มือข้างหนึ่งยังได้ถือเชือกกวัดแกว่งไปมา ดึงดูดความสนใจของแมว ส่วนแมวนั้นปกติก็จะไวต่อเสียง ‘เมี้ยว’ อยู่แล้ว และก็ชอบเล่นเชือกที่แกว่งไปมาด้วย แต่นึกไม่ถึงว่าหลี่หยวนป้าจะเดินห่างออกจากสิ่งนั้นทันทีเวลานั้นเจิ้งทั่นรู้สึกแปลกใจ เพราะก่อนหน้าก็ได้มีคนทำแบบนั้นกับหลี่หยวนป้า ถึงแม้ว่าหลี่หยวนป้าจะไม่ได้เข้าไปเล่นแต่ก็ไม่ได้เปลี่ยน