เจิ้งทั่นนั่งอยู่บนต้นไม้สักพักก็รู้สึกรำคาญ กลุ่มคนที่อยู่ด้านล่างมองแมวทั้งสี่ด้วยสายตาที่เหมือนมองสัตว์หายาก อาหวงกับจ่าถ้าไม่ติดว่าเพื่อนๆ ยังนั่งอยู่ล่ะก็คงจะไปวิ่งเล่นนานแล้วส่วนเจ้าอ้วนก็ยังคงสภาพไม่สนโลกเช่นเคยหลังจากที่เจิ้งทั่นถูกอาหวงสะบัดหางใส่อีกครั้ง จึงเหล่สายตาไปมอง อาหวงร้อง ‘เมี้ยว’ หนึ่งทีอย่างเกรงใจ ความหมายคือ มันไม่อยากนั่งเฉยๆ อยู่ตรงนี้แล้วช่างเถอะ ยังไงก็ได้เห็นคนดังแล้ว ไปดีกว่าแต่ขณะที่เจิ้งทั่นเตรียมจะลุก อยู่ๆ ก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยเขาหันไปทางเสียงนั้นก็พบ ‘อาจารย์ฝู’ เดินมากับฝรั่งคนหนึ่งไปทางห้องประชุมนานาชาติ ฝรั่งคนนี้ไม่ได้มากับกลุ่มแรกที่เข้าห้องประชุมไปแล้ว อาจเป็นพราะแวะไปที่คณะฟิสิกส์มา‘อาจารย์ฝู’ ตามประกบตลอด ทั้งสองคนน่าจะคุ้นเคยกันดีเจิ้งทั่นไม่ได้รู้สึกสนใจอาจารย์ฝูกับฝรั่งคนนั้นเท่าไร แต่ทั้งสองคนกลับพูดถึงชื่อๆ หนึ่งที่ดึงดูดความสนใจของเจิ้งทั่นได้ดีพวกเขาพูดถึงชื่อ ‘แมรี่’ อยู่หลายครั้ง ตอนที่เจิ้งทั่นอยู่ที่ทะเลสาบบนเอกสารของเสี่ยวจัวมีข้อความเขียนไว้ว่า ‘แด่คุณแมรี่’ จากนั้นก็มีข้อความอวยพรตามมานอกจากเอกสารเล่มนั้นแล้ว ยังมีหนังสืออีกหลายเล่มที่บนนั้นมีชื่อ ‘แมรี่’ ปรากฏอยู่ และเสี่ยวจัวก็มักจะจดโน้ตลงในหนังสือเหล่านั้น นั่นก็หมายความว่า หนังสือพวกนั้นเป็นของเสี่ยวจัว และ ‘แมรี่’ ก็คงจะเป็นชื่อภาษาอังกฤษของเธอพอคิดได้ถึงตรงนี้ เท้าที่