าและเย่เฉิน ยามนี้ต่างก็ก้าวสู่ขั้นผู้ถือครองแห่งวิถีเต๋าแล้ว คนหนึ่งควบคุมวิถีเลียนแบบ อีกคนควบคุมวิถีแห่งดวงดารา
เมื่อมีผู้ถือครองแห่งวิถีเต๋าสามท่านบัญชาการ ย่อมไม่มีผู้ใดห้าวหาญหาเรื่องและเซียวฮั่นเองก็อัดพลังแห่งวิถีเต๋าเข้าไปในป้ายแห่งเต๋าอย่างดุเดือด จากนั้นจึงเติมเข้าไปในกายเนื้อของเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ระดับวิถีเต๋าเหล่านี้แต่เดิมเซียวฮั่นต้องการใช้เวลาเพื่อให้ยอดฝีมือเหล่านี้เติบโตขึ้นมา ทว่ายามนี้ดูเหมือนว่าเขาไม่มีเวลามากมายถึงเพียงนั้นแล้วบัดนี้มีเพียงวิธีเดียว ก็คือเร่งต้นกล้าให้โตไม่มีทางเลือกแล้ว หากไม่ถึงยามวิกฤต เซียวฮั่นคงไม่ใช้วิธีที่ว่าอย่างแน่นอนเพราะเวลามิเคยคอยใคร ในเมื่อเจ้าแห่งความมืดมิดและเจ้าแห่งการดูดกลืนเริ่มลงมือแล้ว เช่นนั้นก็จำเป็นต้องดำเนินการอย่างรวดเร็วให้คนทั้งสองตั้งรับไม่ทันโลกหมื่นเทพเริ่มพังทลายแล้ว เกรงว่าดินแดนเต๋าก็คงทนได้อีกไม่นานสิ่งที่เซียวฮั่นต้องทำในยามนี้ก็คือต่อสู้อย่างถึงที่สุดเป็นครั้งสุดท้าย
ก็จริงอย่างที่เจ้าแห่งชะตากล่าวไว้ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ผู้ใดก็มิอาจขัดขวางได้ตอนนี้เซียวฮั่นนั่งบนป้ายแห่งเต๋า รอบกายไร้ซึ่งคลื่นลมปราณอันใด ทว่าสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของเขายามนี้กลับกระจายไปทั่วทั้งโลกหมื่นเทพตอนนี้สภาพของโลกหมื่นเทพได้ถูกเซียวฮั่นซึมซับเข้าไปในสมองทีละนิดความมืดเยื้องกราย ดูดกลืนทุกสิ่งเข้าไปจนหมดสิ้นตอนนี้เจ้าแห่งความมืดมิดแล