มากไปกว่านั้น สุดท้ายแล้วเขาก็ยังต้องไว้หน้าสำนักฉีเป่าหลิวหลีดึงดันเกินไปนักก็ไม่ดี ส่วนเซียวฮั่นนั้นนิ่งเงียบไม่ออกความเห็นโดยสิ้นเชิงเขาไม่สนว่าหวงเหรินและหวังหลงจะเป็นบุตรหลานอัจฉริยะของขุมอำนาจระดับหนึ่งหรือไม่ ขอเพียงแต่ไม่ระรานเขา เช่นนั้นทุกอย่างก็จะคุยกันง่าย มิเช่นนั้นเขาก็มิอาจออมมือ อย่างมากก็แค่ให้ค่ายกลแห่งความเป็นตายระเบิดตนเอง เพราะเขาก็ต้องการสั่งสอนอีกฝ่ายให้นึกถึงผลที่จะตามมาก่อนคิดจะทำสิ่งใดเหมือนกันพอเห็นบรรยากาศผ่อนคลายลง โอวเหย่จื่อก็ถอนหายใจออกมาเพียงแต่ปัญหาต่อไปก็คือจะทำลายค่ายกลเจ็ดสังหารนี้อย่างไร ส่วนมหาปรมาจารย์สองท่านที่เป็นผู้มาจากตระกูลหวงและตระกูลหวังนั้นเกรงว่าคงไว้ใจไม่ได้แล้ว
พอออกมาจากค่ายกล มหาปรมาจารย์ค่ายกลสองท่านก็หวาดกลัวจนหน้าถอดสี หากพวกเขาสามารถทำลายค่ายกลได้ เช่นนั้นก็บ้าไปแล้วเพราะเขารู้ว่าระดับความรู้ในวิถีค่ายกลของเซียวฮั่นนั้นไม่ต˹า ทั้งนี้เซียวฮั่นยังได้รับมรดกจากผู้ถือครองเฉียนคุน บางทีเขาอาจสามารถทำลายค่ายกลเจ็ดสังหารก็เป็นได้ และเพราะเหตุนี้เอง โอวเหย่จื่อจึงออกตัวเป็นทูตสันติภาพส่วนเซียวฮั่นนั้นมิได้แยแสหวงเหรินและพวกอีกต่อไปแล้ว ทว่าเขากลับย่างกรายไปรอบๆ ค่ายกลเจ็ดสังหารรอบหนึ่งแทน ก่อนจะส่ายศีรษะในที่สุด เพราะเขารู้ว่าหากไม่เข้าไปภายในค่ายกล ก็ไม่มีทางทำลายค่ายกลเจ็ดสังหารนี้ได้ค่ายกลเจ็ดสังหารประกอบด้วยค่ายกลเจ็ดแห่งที่ส่งเ