กลแล้ว เจ้าจะทำอย่างไร?”เซียวฮั่นมองไปยังเหรินหวงแวบหนึ่ง จากนั้นก็เอ่ยพลางแย้มยิ้มบางเบา“ถ้าเจ้าทำได้งั้นรึ? น่าขันจริงๆ หากเจ้าสามารถทำลายค่ายกลเจ็ดสังหาร ข้าก็จะตัดศีรษะของตนทิ้งต่อหน้าคนทั้งหมด!”หวงเหรินหัวเราะเยือกเย็น ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยความเหยียดหยามถึงขีดสุด เพราะเขาไม่เชื่อว่าเซียวฮั่นจะสามารถทำลายค่ายกลเจ็ดสังหารตรงหน้านี้ได้“ดีมาก นี่ถือเป็นคำกล่าวของเจ้า!”เซียวฮั่นหัวเราะ ก่อนจะกระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อย จากนั้นรอยยิ้มที่ผุดขึ้นมาก็แปรเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือก“เฮอะ! หากทำลายไม่ได้ เช่นนั้นผู้ที่จะต้องตัดศีรษะของตนก็จะเป็นเจ้า!”
หวงเหรินแค่นเสียงเย็นเยียบ ก่อนจะเผยรอยยิ้มที่น่าขยะแขยงกระทั่งเขานึกภาพตอนที่เซียวฮั่นตัดศีรษะตนเองเสียแล้ว“อย่าพูดให้มันมากนัก!”ระหว่างที่กล่าว เซียวฮั่นก็มองไปยังหวงเหรินแวบหนึ่ง ก่อนจะก้าวฝ่าเท้าหนึ่งครา แล้วจึงหาตำแหน่งที่เหมาะสม จากนั้นเงาร่างของเขาก็ตรงเข้าไปในมวลเมฆเมื่อคนอื่นๆ เห็นดังนั้นก็ต่างยืนรออย่างเงียบๆ แต่พอหวงเหรินเห็นเงาร่างของเซียวฮั่นย่างกรายเข้าไปในค่ายกลเจ็ดสังหาร เขาก็หัวเราะเย็นเยียบทันที“ดูท่าแล้ว ข้าคงไม่เห็นตอนที่เจ้าตัดศีรษะตนเองเสียแล้ว ช่างเป็นชายหนุ่มที่ไม่รู้จักเป็นตายจริงๆ ”หวงเหรินที่เคยเผชิญกับอานุภาพค่ายกลเจ็ดสังหารมาแล้วรอบหนึ่งย่อมรู้ซึ้งถึงความน่าหวาดกลัวของค่ายกล ด้วยพลังของเซียวฮั่นที่อยู่ในขั้นนักรบแห่งโลกระดั