ของพวกเราแล้ว ไยจึงไม่เป็นแขกเข้าไปในสำนักให้พวกเราได้ทำหน้าที่ของเจ้าบ้าน”หลิ่วเฉินจื่อแย้มยิ้ม แล้วจึงกล่าวเชิญเซียวฮั่น และคำเชิญของผู้อาวุโสใหญ่แห่งสำนักฉีเป่าหลิวหลีก็มิใช่สิ่งที่ผู้ใดก็สามารถได้รับพอสิ้นเสียงของหลิ่วเฉินจื่อก็เป็นผลให้คนจำนวนไม่รู้มากเพียงใดต่างทอดมองเซียวฮั่นด้วยสายตาริษยาเกินบรรยาย หลังจากเซียวฮั่นได้ยินดังนั้น เขาก็กล่าวพลางพยักหน้าตอบรับด้วยความสุภาพ“เช่นนั้นก็ต้องรบกวนท่านผู้อาวุโสด้วย!”“เรื่องเล็กๆ!”หลิ่วเฉินจื่อคลี่ยิ้มบางเบา จากนั้นเซียวฮั่นก็เดินตรงไปยังประตูสีทองอร่ามที่กำลังค่อยๆ เปิดกลางอากาศ
สำนักฉีเป่าหลิวหลีอยู่ในฐานะของขุมอำนาจระดับสอง ซึ่งสิ่งที่ต่างจากหอเทียนจี๋ตรงที่ที่ตั้งสำนักของพวกเขาอยู่ท่ามกลางโลกอันยิ่งใหญ่อีกใบ มิใช่เมืองหลิวหลี การดำรงอยู่ของเมืองหลิวหลีเป็นเพียงรอยต่อและทางออกที่ทำให้สำนักฉีเป่าหลิวหลีมุ่งหน้าไปยังโลกหงเหมิงเท่านั้นอีกทั้งยังกล่าวได้ว่าเส้นสนกลในที่แท้จริงของสำนักฉีเป่าหลิวหลีมิได้อยู่ในเขตตงไป่ สำนักฉีเป่าหลิวหลีจึงสามารถเปลี่ยนตำแหน่งสำนักได้ตามอำเภอใจ นี่คือสิ่งที่ขุมอำนาจอื่นไม่มีทางทัดเทียมได้ด้วยเหตุนี้เอง หากเหล่ายอดฝีมือของขุมอำนาจอื่นต้องการเยี่ยมเยียนสำนักฉีเป่าหลิวหลีจึงจำเป็นต้องส่งคำเชิญก่อน มิเช่นนั้นก็ไม่มีทางเข้าไปในสำนักฉีเป่าหลิวหลีส่วนเซียวฮั่นนั้นไม่ต้องใช้ อย่าว่าแต่มีผู้อาวุโสใหญ่ของสำนักฉีเป่