างขวางและเป็นเอกลักษณ์หลังหนึ่ง หลิ่วเฉินจื่อก็หยุดฝีเท้า แล้วจึงเอ่ยพลางแย้มยิ้มให้กับเซียวฮั่น“เช่นนั้นท่านผู้อาวุโสคงต้องพูดต่อไปอีกสักพัก!”เซียวฮั่นหัวเราะ เขาเองก็ต้องการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การหลอมศาสตรากับหลิ่วเฉินจื่อผู้เป็นปรมาจารย์แห่งสำนักหลอมศาสตราท่านนี้สักหน่อย อย่างไรถึงเขาจะสามารถหลอมศาสตราแห่งราชันระดับกลางออกมาได้ แต่นั่นก็เป็นเพราะค่ายกลหากไม่มีความช่วยเหลือของค่ายกล เขาคงหลอมได้เพียงศาสตราแห่งราชันระดับต˹าชิ้นเดียวเท่านั้น ทั้งนี้นี่ยังอยู่ภายใต้สถานการณ์ที่มีเหล็กทมิฬ รวมถึงวัสดุหลอมศาสตราที่มีคุณสมบัติด้านความตาย
เหล่านั้น หากเปลี่ยนเป็นวัสดุอื่น เกรงว่าเซียวฮั่นก็คงหลอมได้แค่ศาสตราแห่งเทพนักรบแต่ทว่าหลิ่วเฉินจื่อกลับต่างออกไป เพราะเขาคือปรมาจารย์แห่งสำนักหลอมศาสตราที่มีประสบการณ์ในวิถีหลอมศาสตราหลายแสนปีสำหรับฝีมือในการควบคุมการหลอมศาสตรา ประสบการณ์ ไปจนถึงความรู้ล้วนแต่มิใช่สิ่งที่เซียวฮั่นสามารถเทียบเคียงได้ปรมาจารย์แห่งสำนักหลอมศาสตราที่แท้จริงอย่างหลิ่วเฉินจื่อ ไม่ว่าจะเป็นวัสดุชิ้นใด เขาก็สามารถหยิบออกมาหลอมเป็นศาสตราแห่งราชันได้ทั้งนั้นและถึงขนาดที่ต่อให้เป็นวัสดุธรรมดา เมื่ออยู่ในมือของเขาก็สามารถแปรเปลี่ยนให้มหัศจรรย์ขึ้นมาได้ หากต้องการบรรลุระดับการหลอมศาสตราและขอบเขตเดียวกับหลิ่วเฉินจื่อ เซียวฮั่นยังต้องก้าวเดินบนเส้นทางอีกยาวไกลนัก