นสายตาก็ตกอยู่ที่เซียวฮั่นอีกครั้ง เพราะเกรงว่าตนจะพลาดชมสิ่งที่น่าสนใจเพลิงสุริยันค่อยๆ แผดเผาทรายผสานจิตวิญญาณ การเผานี้ใช้เวลาถึงสิบวันสิบคืน จนกระทั่งทรายผสานจิตวิญญาณถูกหลอมจนหมด เซียวฮั่นจึงลืมตาขึ้น
จากนั้นเห็นเพียงเขาสะบัดนิ้วมือหนึ่งครา ทรายผสานจิตวิญญาณก็กลายเป็นเส้นไหมเส้นหนึ่งในมือเขา เส้นไหมเส้นนี้ได้กลายเป็นลายเส้นค่ายกลมากมาย“ค่ายกลรวมวิญญาณ!”ขณะที่สะบัดนิ้วมือ เส้นไหมที่รวมตัวขึ้นมาจากทรายผสานจิตวิญญาณเส้นหนึ่งกลายเป็นลายเส้นค่ายกลที่ถูกเซียวฮั่นสลักลงบนตราประทับเก่าแก่นั้นค่ายกลรวมวิญญาณ คือหนึ่งในค่ายกลขนาดเล็กที่ยากที่สุดในค่ายกลมรณะ ลายเส้นค่ายกลนับแสนสาย ครอบครองประสิทธิภาพในการรวบรวมจิตวิญญาณแห่งความตายและการดูดกลืนพลังแห่งความตายเมื่อเซียวฮั่นนำค่ายกลรวมวิญญาณมาสลักลงบนตราประทับเก่าแก่ เพื่อให้ตราประทับรวบรวมวิญญาณแห่งศาสตรา ในที่สุดคนอื่นๆ ต่างก็อ่านความคิดของเซียวฮั่นออกแล้ว“ช่างอาจหาญและบ้าคลั่งยิ่งนัก! เขาจะรวมวิญญาณให้ศาสตราวุธจริงๆ นั่นมีเพียงศาสตราเทพแท้จริงเท่านั้นที่จะปรากฏวิญญาณแห่งศาสตราได้!”ฉากนี้ทำให้ทุกคนไม่รู้ว่าควรกล่าวอะไรดี
สายตาทั้งหมดทั่วลานจัตุรัสตกอยู่บนร่างของเซียวฮั่น แม้แต่ผู้เข้าแข่งขันคนอื่นก็ยังหยุดการหลอมศาสตราของตนแล้วจับจ้องไปที่เซียวฮั่นด้วยสายตาที่ร้อนผ่าวเกินจะเปรียบเพราะวันนี้พวกเขากำลังจะได้เห็นปรากฏการณ์มหัศจรรย์ กระทั่งว่