เจ้า!”คนหัวเราะเสียงดัง เทียนอู๋เลี่ยงเห็นเซียวฮั่นรับปากที่จะเป็นขุนนางกิตติมศักดิ์ของหอเทียนจี๋ อย่าได้เอ่ยเลยว่าเขาดีใจเพียงใดบางทีอีกหลายแสนหลายล้านปีต่อมา หอเทียนจี๋ก็อาจจะมีขุนนางกิตติมศักดิ์ระดับเทพแท้จริงแห่งโลกหรือแม้กระทั่งระดับเทพแห่งโลกเพียงแค่ข้อนี้ ก็เพียงพอที่ทำให้หอเทียนจี๋ได้รับเกียรติและชื่อเสียงอย่างมิมีประมาณเซียวฮั่นย่อมไม่เข้าใจความคิดของเทียนอู๋เลี่ยง เขารู้เพียงว่าเทียนอู๋เลี่ยงดูแลเขาเป็นอย่างดี ไม่เพียงล่วงเกินสำนักตี้ถูอย่างไม่เกรงกลัว ยังมอบตำแหน่งขุนนางกิตติมศักดิ์ให้เขาเป็นพิเศษนี่เท่ากับเป็นการบอกสำนักตี้ถูว่า หากแตะต้องเซียวฮั่นก็เท่ากับแตะต้องหอเทียนจี๋ หากแตะต้องเซียวฮั่น ก็เท่ากับเปิดสงครามกับหอเทียนจี๋
ตำแหน่งขุนนางกิตติมศักดิ์ ใช่ว่าจะเป็นการพูดเล่นๆ เมื่อได้ฐานะนี้มา เซียวฮั่นก็เทียบเท่ากับผู้อาวุโสแห่งหอเทียนจี๋ ต่อให้เป็นสำนักตี้ถูแตะต้องเซียวฮั่น ก็ต้องไตร่ตรองถึงผลลัพธ์ให้ดีอย่างน้อยก็กล่าวได้ว่าหากสำนักตี้ถูต้องการสังหารเซียวฮั่น ก็ไม่สามารถทำภายใต้สายตาฝูงชนได้ นอกเสียจากต้องการหักหน้าหอเทียนจี๋อย่างถึงที่สุด แต่เพื่อสังหารเซียวฮั่น สำนักตี้ถูคงไม่ถึงขั้นทำเรื่องเช่นนั้นออกมา ข้อดีข้อเสียนั้นสำนักตี้ถูย่อมเข้าใจดีกว่าใครสิ่งแรกที่สำนักหนึ่งจะไตร่ตรองย่อมไม่ใช่เรื่องบุญคุณความแค้นแต่เป็นอนาคตของสำนัก สำนักตี้ถูจึงไม่นำความแค้นที่มีต่อคนคนห