กับข้าได้หรือไม่ ข้าก็ยินดีมอบศิลาวิญญาณระดับสูงพันล้านก้อนเป็นรางวัลเช่นเดียวกัน!”
ผู้เฒ่าเทียนจี๋ที่อยู่ข้างๆ ได้ยินดังนั้นก็รีบเอ่ยปากพูดขึ้นมาอย่างฉับพลัน ด้วยความที่เกรงว่าหากตนช้าไปเพียงนิดเดียว เซียวฮั่นก็จะไม่จัดวางค่ายกลกาลเวลาให้แก่เขา“เอ่อ…ตกลง เมื่อถึงเวลาข้าจะวาดมันขึ้นมาให้แก่ท่านผู้อาวุโส!”ได้ยินดังนั้น เซียวฮั่นก็ยื่นมือออกมาลูบไล้จมูกของตนอย่างอดไม่ได้ ประหนึ่งว่าตนต้องการน้อยไปอย่างไรอย่างนั้นแต่ศิลาวิญญาณระดับสูงพันล้านก้อนก็เป็นโภคทรัพย์ที่ไม่มีทางจินตนาการถึงจำนวนหนึ่งสำหรับเซียวฮั่นแล้ว เพียงแค่จัดวางค่ายกลกาลเวลาแห่งเดียวก็สามารถแลกเป็นศิลาวิญญาณระดับสูงพันล้านก้อน เขาก็ได้กำไรเกินกว่าที่ควรจะได้รับแล้วหลังจากพูดคุยเรื่องสัพเพเหระเสร็จ ในที่สุดคนทั้งสามก็คุยถึงประเด็นหลัก นั่นก็คือเงื่อนไขของเซียวฮั่นในการจัดวางค่ายกลให้กับหอเทียนจี๋คือสิ่งใดทว่าเซียวฮั่นกลับนิ่งชะงักเมื่อถูกถามคำถามนี้ เพราะเขาในตอนนี้ไม่ขาดแคลนสิ่งใดเลยจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นเคล็ดวิชาหรือสมบัติล˺าค่าเพียงสิ่งเดียวที่เขายังขาดไปก็คือเวลา แต่เกรงว่าหอเทียนจี๋คงให้เวลาแก่เขาไม่ได้
“ข้าต้องการคำสัญญาจากหอเทียนจี๋ว่าสามารถทำให้คำสัญญาเป็นจริงได้ทุกเมื่อ แน่นอนว่า คำสัญญานี้เป็นเรื่องที่หอเทียนจี๋ต้องทำอย่างสุดความสามารถ”หลังจากลองคิดดู ในที่สุดเซียวฮั่นก็เสนอเงื่อนไขขึ้นมา คำมั่นสัญญาของสุดยอดขุมอำนา