าเทียนจี๋ ผู้เฒ่าเทียนจี๋จึงรีบตะโกนสั่งศิษย์ของตน“ขอรับ ท่านอาจารย์!”หลังจากที่ไป่หลี่หยุนเฟิง ศิษย์คนโตของผู้เฒ่าเทียนจี๋ได้ยิน ก็รีบตอบรับด้วยความเคารพ
เมื่อสั่งให้ศิษย์จัดเตรียมที่พักให้เซียวฮั่น ผู้เฒ่าเทียนจี๋ก็ออกจากยอดเขาเทียนจี๋ทันที เพราะเรื่องใหญ่เช่นนี้เขาจะต้องรายงานต่อเจ้าสำนักแห่งหอเทียนจี๋ไป่หลี่หยุนเฟิงในฐานะศิษย์คนโตของผู้เฒ่าเทียนจี๋ ได้ติดตามผู้เฒ่าเทียนจี๋มายาวนาน และอาศัยอยู่ที่ยอดเขาเทียนจี๋มานานนับหกหมื่นปีแล้วไป่หลี่หยุนเฟิงคือศิษย์ที่สุขุมที่สุดในบรรดาศิษย์ทั้งหมดของผู้เฒ่าเทียนจี๋ เพราะเหตุนี้ผู้เฒ่าเทียนจี๋จึงวางใจฝากเซียวฮั่นไว้กับไป่หลี่หยุนเฟิง เพราะเขารู้ว่าไป่หลี่หยุนเฟิงจะต้องทำตามเงื่อนไขของตนอย่างรอบคอบ“ยินดีที่ได้รู้จัก ข้ามีนามว่าไป่หลี่หยุนเฟิง เจ้าเรียกข้าว่าหยุนเฟิงก็พอ ข้ายังไม่รู้จักชื่อของเจ้าเลย สำหรับที่พักเจ้ามีเงื่อนไขอันใดหรือไม่?”ไป่หลี่หยุนเฟิงมีลักษณะเป็นบุรุษวัยกลางคน หน้าตาธรรมดา แต่มอบความรู้สึกสุขุมให้แก่ผู้ที่พบเห็นยิ่งนัก และพลังแห่งกฎที่เขาควบคุมก็คือกฎแห่งฟ้าดินการที่สามารถเป็นศิษย์สายตรงของผู้เฒ่าเทียนจี๋ได้ ทั้งยังเป็นศิษย์คนโต ไป่หลี่หยุนเฟิงย่อมต้องมีพรสวรรค์ที่ไม่เลว การฝึกตนมา
ยาวนานห้าถึงหกหมื่นปี และครอบครองการฝึกตนขั้นนักรบแห่งโลกระดับที่ห้า นั่นก็ถือเป็นเรื่องที่ยากยิ่งนักในโลกหงเหมิง หากต้องการเป็นยอดฝีมือขั้นนั