นเรื่องที่ไม่มีทางจินตนาการได้ในจักรวาลระดับราชันเช่นเดียวกัน ยอดฝีมือขั้นจักรพรรดิแห่งโลก นั่นเป็นการดำรงอยู่ที่สูงส่งกว่ายักษ์ใหญ่แห่งยุคเสียอีก แต่ทว่ากลับสามารถพบเห็นได้ถมเถในหอเทียนจี๋หอเทียนจี๋ก็เหมือนกับดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่มีแสงของมวลเมฆอันสวยสดงดงามทอประกายไปทั่วท้องนภา น˺าตกเซียนก็พบเห็นได้มากมาย นอกจากนี้วิหารหลายหลังก็มีทั้งตั้งขึ้นตามแนวเขาและตั้งตระหง่านในนภากาศ
ศิษย์และคนของหอเทียนจี๋เหล่านั้นมักเดินทางด้วยเมฆินทร์เหินนภา นอกจากนี้หอเทียนจี๋ทั้งหอก็ยังมีพลังวิญญาณหงเหมิงที่เข้มข้นถึงขีดสุด ซึ่งไม่ด้อยไปกว่าห้องฝึกตนในเมืองเฉียนคุนที่เซียวฮั่นใช้เก็บสะสมศิลาวิญญาณระดับกลางกว่าพันล้านก้อนนั้นแม้แต่น้อย“น้องชาย เป็นอย่างไรบ้าง ไม่แย่เกินไปใช่ไหม?”ผู้เฒ่าเทียนจี๋หัวเราะเบาๆ พลางทอดสายตาไปยังหอเทียนจี๋ตรงหน้า ก่อนที่ความชื่นชมจะเกิดขึ้นในจิตใจ ทั้งหมดนี้ล้วนแต่เป็นเพราะความอุตสาหะของบรรพบุรุษแห่งหอเทียนจี๋ทั้งสิ้นถึงจะมีสิ่งที่ยิ่งใหญ่ตระการตาเช่นในตอนนี้“ไม่เลวจริงๆ สมกับที่หอเทียนจี๋เป็นจุดสูงสุดของขุมอำนาจระดับสอง!”มองเพียงแวบเดียว เซียวฮั่นก็มองออกว่าหอเทียนจี๋สมกับเป็นการดำรงอยู่ในขุมอำนาจระดับสองอันยิ่งใหญ่ทั้งสิบจริงๆ เส้นสนกลในเช่นนี้ต้องมิใช่สิ่งที่ขุมอำนาจอื่นใดสามารถเทียบเคียงได้เป็นแน่แท้เช่นสี่ตระกูลใหญ่ในเมืองเฉียนคุนผนวกรวมเข้าด้วยกันก็ยังเทียบหนึ่งในสิบล้า