าวุโสไป๋เหมยที่อยู่ในขั้นราชันแห่งโลกจึงหันหลังกลับออกไปโดยไม่รอช้าทันทีเพราะไป๋เหมยรู้ว่าปรากฏการณ์ตรงหน้าหมายความว่าอย่างไรตอนนี้เขาเกรงว่าเมื่อตนและผู้ถือครองเฉียนคุนมีความสัมพันธ์อันใดอาจทำให้สำนักเสวียนเทียนเจอกับวิกฤติกาลที่สำนักพังพินาศในภายหลังได้และก็มีคนที่คิดเช่นเดียวกับไป๋เหมยจำนวนไม่น้อย ในนั้นยังรวมไปถึงหลิ่วเฉินจื่อแห่งสำนักฉีเป่าหลิวหลี ที่หลิ่วเฉินจื่อเข้าไปในจักรวาลเฉียนคุนนั้นเพียงเพราะต้องการเรียนรู้ค่ายกล และทำให้ความสามารถในการหลอมศาสตราของตนเพิ่มขึ้นไปอีกขั้นเท่านั้น
เพียงแต่สิ่งที่หลิ่วเฉินจื่อได้รับจากการเดินทางมายังจักรวาลเฉียนคุนในครั้งนี้ก็มหาศาลแล้ว เชื่อว่าพอเขากลับไปครั้งนี้ เขาจะสามารถหลอมศาสตราแห่งราชันระดับกลางออกมา และอาจถึงขั้นที่สามารถหลอมศาสตราแห่งราชันระดับสูงออกมาในอนาคตก็เป็นได้!“สหายหนุ่ม หากมีเวลาก็มาเยี่ยมเยียนสำนักฉีเป่าหลิวหลีด้วย!”ก่อนออกไป หลิ่วเฉินจื่อก็ยังพูดคุยกับเซียวฮั่นโดยเฉพาะ จากนั้นก็มอบป้ายประกาศิตที่แสดงถึงฐานะของเขาให้แก่เซียวฮั่น“ท่านผู้อาวุโสเข้มงวดเกินไปแล้ว หากข้ามีเวลา ข้าจะไปเยี่ยมเยียนท่าน!”ในเมื่อหลิ่วเฉินจื่อกล่าวกับเซียวฮั่นอย่างสุภาพ เซียวฮั่นย่อมต้องสุภาพยิ่งกว่า และเซียวฮั่นก็เป็นคนเช่นนี้ ขอเพียงแต่เจ้าไม่ระรานเขาเช่นนั้นก็เจรจากันได้ง่าย“ฮ่าๆ งั้นข้าก็ต้องต้อนรับขบวนของสหายหนุ่มแล้วสินะ เมื่อถึงยามนั้น ข้ายั