งขึ้นมา ข้าน้อยไม่ได้มีเจตนาอื่นใด เพียงแต่เพิ่งจะทะลวงสู่ขั้นนักรบแห่งโลก จึงอยากรบกวนท่านผู้อาวุโสโปรดชี้แนะด้วย!”สายตาอันคมกริบเกินจะเปรียบของกานเตาจับจ้องไปยังเซียวฮั่นเขาเองก็รู้ว่าเซียวฮั่นคือผู้มาไม่หวังดี ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องเอ่ยด้วยความสุภาพอันใดแน่นอนว่า กานเตาก็มิได้คิดจะฉีกหน้าเซียวฮั่น ถึงแม้ว่าภายใต้การตระหนักรู้ของเขา เซียวฮั่นจะอยู่ในขั้นนักรบแห่งโลกระดับที่หนึ่งแต่ถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็ก้าวเข้าสู่ขั้นนักรบแห่งโลกก่อนเขานานแล้ว เขาย่อมมิอาจเป็นศัตรูของอีกฝ่ายได้ ทั้งนี้เขาก็ยังไม่เต็มใจที่จะยั่วโมโหศัตรูที่แข็งแกร่งคนหนึ่งเพียงเพื่อตระกูลกาน“อยากให้ข้าชี้แนะนั้นมิใช่ปัญหา ข้าก็อยากทำอยู่พอดี!”จริงๆ แล้วที่เซียวฮั่นมาหากานเตา นั่นก็เพราะอยากประมือกับอีกฝ่าย และการสู้รบครั้งนี้ย่อมมีผลดีต่อเซียวฮั่นเอง
มิเช่นนั้น เซียวฮั่นคงไม่ออกหน้าแทนตระกูลกู่อย่างไร้เหตุผล และสำหรับเขาในยามนี้ การต่อสู้กับยอดฝีมือขั้นนักรบแห่งโลกที่แท้จริงท่านหนึ่งก็เป็นสิ่งที่เขาใฝ่ฝันหาเพราะการสู้รบนี้ เซียวฮั่นไม่เพียงแต่สามารถทำให้จักรวาลระดับจักรพรรดิทั้งสองจักรวาลของตนมั่นคงขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ยังสามารถลับกระบี่ม่อหยุ่นที่ตนสร้างขึ้นใหม่ให้คมอีกด้วยดังคำกล่าวที่ว่า ไม่ผ่านพายุฝนจะเห็นสายรุ้งที่สวยสดงดงามได้อย่างไร การต่อสู้ครั้งเดียวมีประโยชน์กว่าการปิดด่านมากโข และกานเตาผู้เป็นยอดฝีมือขั้นน