กฎเล่มนั้นมา แต่ก็ต้องทำให้อีกสามตระกูลกระอักโลหิตออกมาอย่างรุนแรงให้ได้พอวันสุดท้ายมาถึง เซียวฮั่นก็ออกจากการปิดด่าน และเมื่อฉายทงเทียนเห็นเซียวฮั่นแวบแรก ใบหน้าอ้วนท้วมของเขาก็สั่นสะเทือนขึ้นมาอย่างรุนแรง ส่วนหัวคิ้วก็ยิ่งกระตุกอย่างไม่หยุดหย่อนเซียวฮั่นยังเป็นเซียวฮั่นคนเดิม รูปโฉมของเขามิได้เกิดการเปลี่ยนแปลงอันใด แต่จากที่เขาอยู่เพียงขั้นผู้ถือครองโลกระดับที่หนึ่งกลับก้าวเข้าสู่ขั้นจักรพรรดิแห่งโลกระดับที่หนึ่งภายในระยะเวลาหนึ่งเดือน
หากเพียงแค่เท่านี้ ฉายทงเทียนคงไม่ประหลาดใจถึงเพียงนี้อย่างไรโลกหงเหมิงก็มิได้ขาดแคลนอัจฉริยะแต่ไหนแต่ไร ใช่ว่าการทะลวงขอบเขตหลายระดับในช่วงเวลาเพียงเดือนเดียวจะไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนแต่สิ่งที่ทำให้ฉายทงเทียนรู้สึกหวาดผวาที่สุดก็คือ ทั้งที่เซียวฮั่นอยู่ในขั้นจักรพรรดิแห่งโลกระดับที่หนึ่ง แต่เขากลับสามารถรับรู้ได้ว่า พลังที่แฝงอยู่ในร่างของเซียวฮั่นน่าพรั่นพรึงมากเพียงใด ต่อให้เป็นยอดฝีมือขั้นนักรบแห่งโลกระดับที่หนึ่งที่เขารู้จักบางคน ก็ยังไม่สามารถทำให้เขารู้สึกหวั่นเกรงเช่นนี้ได้ทั้งนี้ฉายทงเทียนยังสามารถจินตนาการได้อีกว่า หากเซียวฮั่นต้องการสังหารตนผู้เป็นการดำรงอยู่ขั้นจักรพรรดิแห่งโลกระดับสูงสุดเกรงว่ามือเพียงข้างเดียวก็สามารถบดขยี้เขาให้ตายได้แล้ว การคาดเดาอย่างหาญกล้าของเขาก่อนหน้านี้ถูกพิสูจน์แล้ว เบื้องหลังของเซียวฮั่นมียอดฝีมือขั้นนักรบแห่ง