เมื่อฉายทงเทียนลุกขึ้น อานุภาพกดข่มอันน่าหวาดกลัวของจักรพรรดิแห่งโลกขั้นสูงสุดได้แผ่กระจายทั่วร่างของเขา ภายใต้อานุภาพกดข่มอันน่าหวาดกลัวนี้ ทุกสรรพสิ่งในห้องต่างแหลกสลายไปในพริบตากานเผิงซึ่งเป็นหนังหน้าไฟ จากการฝึกตนขั้นจักรพรรดิแห่งโลกระดับที่สามย่อมมิอาจแบกรับอานุภาพกดข่มของจักรพรรดิแห่งโลกขั้นสูงสุดของฉายทงเทียน ภายใต้อานุภาพกดข่มของจักรพรรดิแห่งโลกขั้นสูงสุด กานเผิงทำได้เพียงหมอบอยู่บนพื้นอย่างไม่สามารถขยับเขยื้อนได้เช่นเดียวกับกานเผิง กานหัวและผู้พิทักษ์ทั้งสองของเขายิ่งมิอาจแบกรับไหว จากความสามารถการฝึกตนของพวกเขาที่ไม่ถึงระดับจักรพรรดิแห่งโลกต้องมาแบกรับอานุภาพกดข่มของยอดฝีมือจักรพรรดิแห่งโลกขั้นสูงสุด นี่จึงไม่ต่างอะไรจากมดปลวกที่เขย่าต้นไม้ใหญ่ทั้งสามต่างหมอบอยู่บนพื้น แต่ละคนราวกับสุนัขที่ตายแล้ว กานหัวน่าสังเวชที่สุด ใบหน้าผิดรูปร่าง รูทวารทั้งเจ็ดต่างมีโลหิตหลั่งไหลท่าทางหวาดกลัวจนหัวหด“เจ้าอ้วนงั้นหรือ?”
“ตุบ!”“จุดโคมลอยงั้นหรือ?”“ตุบ!”“ถีบพวกข้างั้นหรือ?”“ตุบ!”เมื่อเสียงกำปั้นกระทบเนื้อดังขึ้นพร้อมกับเสียงของฉายทงเทียนแม้แต่เสียงร้องอันน่าสังเวชของกานหัวก็ไม่สามารถร้องออกมาได้ ได้เพียงกลายเป็นกระสอบทรายที่ถูกฉายทงเทียนต่อยอย่างบ้าคลั่งความน่าสังเวชของแต่ละหมัดนั้น เกรงว่าบิดามารดาของกานหัวก็จำเขาไม่ได้ ไม่เพียงใบหน้าที่ถูกต่อยจนบวมเป็นหัวหมู แต่ทั่วทั้งร่างก็บวมขึ้นม