ด้วยความเป็นมิตรของฉายทงเทียน เซียวฮั่นจึงรู้ว่าอีกฝ่ายต้องการสิ่งใด เพียงแต่ในเมื่ออีกฝ่ายมีความต้องการ เซียวฮั่นก็มิได้กังวลใจแต่อย่างใดเห็นแก่มิตรไมตรีของฉายทงเทียน หากสามารถช่วยเหลืออีกฝ่ายได้ เซียวฮั่นก็จะออกมือช่วย แต่ถ้าหากช่วยไม่ได้จริงๆ เขาก็คงทำสิ่งใดไม่ได้เป็นที่ชัดเจนว่า เซียวฮั่นเองก็มองออกว่า ฉายทงเทียนน่าจะต้องการให้ยอดฝีมือขั้นนักรบแห่งโลกช่วยเหลือเขา เนื่องด้วยสภาพของเขาในยามนี้ เกรงว่าคงช่วยอะไรฉายทงเทียนไม่ได้ แต่หากเขาสามารถรวบรวมร่างอมตะได้ใหม่อีกครั้ง เช่นนั้นก็ต้องกล่าวไปอีกอย่างหากพลังของร่างอมตะที่รวบรวมขึ้นใหม่มากพอ เซียวฮั่นก็น่าจะสามารถฟื้นฟูตนเองไปถึงขั้นจักรพรรดิแห่งโลก และหลังจากฟื้นฟูไปถึงขั้นนั้น พอผนวกเข้ากับกฎแห่งวิถีกระบี่ที่ตนควบคุม ก็นับว่ามากเกินพอแล้วสำหรับยอดฝีมือขั้นนักรบแห่งโลกธรรมดาคนหนึ่งแน่นอนว่า นั่นเป็นเพียงยอดฝีมือขั้นนักรบแห่งโลกระดับที่หนึ่งถึงสองซึ่งอยู่ในระดับต˹าเท่านั้น หากเป็นยอดฝีมือขั้นนักรบแห่งโลกระดับที่สาม เขาก็คงต้องสู้สุดกำลัง และหากถึงขนาดที่เป็นยอดฝีมือขั้นนักรบแห่งโลกระดับที่สี่ขึ้นไป เซียวฮั่นก็มิใช่คู่มือแน่นอน
ทั้งนี้นี่ยังอยู่ภายใต้สถานการณ์ที่เซียวฮั่นอาศัยผลประโยชน์จากร่างอมตะของตน มิเช่นนั้น หากอาศัยเพียงกฎแห่งวิถีกระบี่ อย่างมากที่สุด เซียวฮั่นคงมีกำลังสูสีกับยอดฝีมือขั้นนักรบแห่งโลกระดับที่หนึ่งหนึ่งท่านเท่าน