ั้นก็ทำให้สิ่งมีชีวิตทั้งหมดยอมสวามิภักดิ์แม้แต่เซียวฮั่นเองเห็นพลังแห่งบุญกุศลที่รวมกันบนร่างของเจ้าแห่งวัฏสงสาร ก็ยังเผยสีหน้าอันนบนอบออกมาอย่างหักห้ามไม่ได้สำหรับการดำรงอยู่ที่มีบุญกุศลมากมายไร้ที่สิ้นสุดเช่นนี้ การดำรงอยู่ใดก็มิอาจล่วงเกินแน่นอน เพราะผลกรรมที่จะติดตามมาในภายหลังย่อมมิใช่สิ่งที่การดำรงอยู่ใดก็ตามสามารถแบกรับได้
และบุญกุศลจำนวนมหาศาลของเจ้าแห่งวัฏสงสารนั้น เกรงว่าคงได้รับการสะสมมาหลายยุคสมัย พอยุคแต่ละยุคพังทลาย สิ่งมีชีวิตที่ตกตายนั้นมีมากจนไม่มีทางจินตนาการได้ และท้ายที่สุดสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ล้วนต้องอาศัยวัฏสงสารหกวิถีของเจ้าแห่งวัฏสงสารเพื่อกลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง แค่คิดก็รู้แล้วว่า เจ้าแห่งวัฏสงสารท่านนี้น่าจะมีบุญบารมีที่น่าหวั่นเกรงมากเพียงใดถึงเจ้าแห่งวัฏสงสารจะเป็นเพียงยอดฝีมือขั้นนักรบแห่งโลกทั่วๆไป แต่เกรงว่าต่อให้เป็นยอดฝีมือขั้นเต๋าแห่งโลกในตำนานก็ยังมิอาจเขย่าเจ้าแห่งวัฏสงสารได้ทั้งนี้ เซียวฮั่นก็ยังมองออกว่า เจ้าแห่งวัฏสงสารตรงหน้ามิใช่ร่างจริง เกรงว่าคงเป็นเพียงร่างแห่งเต๋าที่แปลงมาจากความคิดหนึ่งสาย!และร่างแห่งเต๋าเช่นนี้ เซียวฮั่นก็ไม่มีทางจินตนาการได้ว่ามีจำนวนกี่ร่างกันแน่“กาลเวลาอันยาวนาน! ผู้ใดจะกำหนดความไม่เที่ยง!”พอเซียวฮั่นเดินมาถึงตรงหน้าของเจ้าแห่งวัฏสงสาร เจ้าแห่งวัฏสงสารก็ลืมตาขึ้นมาฉับพลัน ก่อนจะทอดสายตาลงบนร่างของเซียวฮั่น แล้วจึงเอ่ย