านจง ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับซูจ้านหลายส่วน แต่เมื่อเทียบกับซูจ้านแล้ว อารมณ์ของซูว่านหลี่ร้อนกว่านัก สำหรับซูหยางซึ่งเป็นบุตรของตระกูลซู ซูว่านหลี่นับว่าใกล้ชิดกว่าลูกหลานของตน และไม่เคยคาดคิดว่าสำนักเลือดเซวี่ยซาจะกล้าสังหารซูหยาง“ท่านปู่สอง เรื่องนี้เกรงว่าคงต้องค่อยๆ ปรึกษากัน ถึงแม้สำนักเซวี่ยซาและสำนักจ้านจงของเราล้วนแต่เป็นขุมอำนาจชั้นหนึ่ง แต่สำนักเซวี่ยซาก็มีสำนักเซวี่ยฝู่คอยหนุนหลังอยู่ อีกทั้งในสำนักของเราเกรงว่าอาจมีบางคนที่กำลังคิดกบฏ”เมื่อเห็นซูว่านหลี่มีท่าทีต้องการสังหารสำนักเซวี่ยซาเพื่อแก้แค้น ซูจ้านจึงหัวเราะขมขื่นและรีบเอ่ยโน้มน้าว“ที่กล่าวมาก็มีเหตุผล เรื่องนี้เกรงว่าคงไม่ธรรมดา สำนักเซวี่ยซาอาจหาญคิดฆ่าเสี่ยวหยาง เกรงว่าเป้าหมายที่แท้จริงของอีกฝ่ายก็คือสำนักจ้านจงของเรา อีกทั้งในสำนักก็มีบางคนที่คิดไม่ซื่ออยู่จริงๆ ”ด้านซ้ายมือของซูจ้าน คือเงาร่างของบุรุษหนุ่มในชุดคลุมสีม่วง มือถือพัดคนหนึ่งre* https://www.novelgu.comบุรุษหนุ่มผู้นี้โบกพัดไปมา พลางลูบเคราของตนเอง ทันใดนั้นก็วิเคราะห์แล้วเอ่ยออกมาด้วยน˺าเสียงอันน่าฟัง บุรุษหนุ่มผู้นี้มอบความรู้สึกที่ปรึกษาที่ดี ท่าทีราวกับเป็นนักวางแผนและเป็นผู้รอบรู้แน่นอนว่าคนที่สามารถนั่งอยู่ด้านซ้ายมือของซูจ้านได้ จะต้องไม่ใช่คนธรรมดา บุรุษหนุ่มผู้นี้นามว่าจื่อซวีเจินเหริน เป็นสหายคนสนิทของซูจ้าน อย่ามองว่าเขาเป็นเพียงบุรุษหน