กหมิงเยว่สูญเสียผู้เชี่ยวชาญระดับขอบเขตวิหาร สำนักหมิงเยว่ก็จะสูญเสียสถานะ กลายเป็นสำนักชั้นล่าง การรับศิษย์จะยากขึ้นเรื่อย ๆ อิทธิพลก็จะลดน้อยลง ดังนั้น สำนักหมิงเยว่จึงกระตุ้นให้ศิษย์ทุกคนต้องฝึกฝนอย่างหนัก พยายามเป็นวีรบุรุษของสำนักหมิงเยว่ บ่มเพาะจนถึงระดับขอบเขตวิหารให้ได้
หลังจากที่หลี่ลี่เข้าร่วมสำนักหมิงเยว่ เขาก็รู้สึกผูกพันและรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งกับสำนักหมิงเยว่มาก
แม้ว่าจะมีคนชั่วร้ายอย่างเหอวั่นปรากฏตัวขึ้น แต่เพื่อนมิตรสหายในกลุ่มต่างก็ดีกับเขามาก แล้วยังมีท่านอาจารย์ใหญ่หลิวชิงไห่แห่งสำนักล่างที่ปฏิบัติต่อเขาเป็นอย่างดี
ยิ่งไปกว่านั้น กฎของสำนักหมิงเยว่ก็ดีต่อศิษย์จริง ๆ มิฉะนั้นเหอวั่นคงไม่พยายามอย่างหนักที่จะกำจัดเขา และไม่กล้าที่จะจัดการเขาอย่างโจ่งแจ้ง คนชั่วร้ายแบบนี้อาจปรากฏตัวขึ้นในสำนักใดก็ได้ ดังนั้นหลี่ลี่จึงคิดว่าตัวเองเป็นคนของสำนักหมิงเยว่ตั้งนานแล้ว เขาคิดว่าต้องฝึกฝนอย่างหนัก บรรลุระดับขอบเขตวิหารโดยเร็วที่สุด และจะไม่ยอมให้สำนักหมิงเยว่สูญเสียสถานะอย่างเด็ดขาด
ใน “วิถีแห่งการบ่มเพาะ” กล่าวว่าเก้าวิถีแห่งการแปรผันวิญญาณยุทธ์เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการบ่มเพาะ ไม่ใช่เรื่องยาก อัจฉริยะหลายคนใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือนก็สามารถบ่มเพาะถึงระดับพลัง กลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ได้
ในปัจจุบัน ศิษย์สามคนที่โดดเด่นที่สุดของศิษย์สำนักใน คือ ปี้ชิงหลวน ลู่เส้าเฟิง และสวี่ฉางซาน พว