“เจ้าหนู ระวังเจ้าเฉียนคุนให้ดี ถุงมือที่มันสวมอยู่นั่นเรียกว่าถุงมือวายุอัสนี มีพลังลมสายฟ้าแฝงอยู่ หากถูกมันโจมตีเข้า ถึงไม่ตายก็คงบาดเจ็บสาหัส”
หลังจากจัดการไก่ย่างไปหนึ่งตัว เฉินรั่วเยียนก็ใช้มือปาดริมฝีปาก ก่อนจะเตือนหลิวอู๋เสียให้ระวังถุงมือของเฉียนคุนให้ดี
ไม่ต้องรอให้นางเตือน หลิวอู๋เสียก็สังเกตเห็นความผิดปกติของถุงมือคู่นั้นเช่นกัน มันแผ่รังสีอำมหิตอย่างชัดเจน มันน่าจะเป็นอาวุธลึกล้ำขั้นสูงสุด อาวุธทั่วไปไม่อาจทำอันตรายมันได้แม้แต่น้อย
“ข้าไม่สนว่าใครส่งเจ้ามา เจ้าฆ่าน้องสามของข้า ข้าจะบดขยี้เจ้าให้แหลกเป็นผุยผง ดึงเอ็นเจ้า ถลกหนังเจ้า แขวนประจานบนยอดเสาให้ตากแดดสิบวันสิบคืน”
เฉียนคุนพูดออกมาทีละคำ ความโกรธแค้นแผ่ซ่านไปทั่วทั้งห้องโถงใหญ่ โต๊ะเก้าอี้ที่วางอยู่แตกกระจายเป็นเสี่ยง ๆ
สิ่งของทั้งหมดถูกพลังปราณซัดกระเด็นออกไปจนโล่ง เผยให้เห็นลานกว้างสำหรับให้ทั้งสองคนต่อสู้กัน
“ก็ต้องดูว่าเจ้ามีฝีมือพอหรือไม่!”
หลิวอู๋เสียไม่กล้าประมาท ยกดาบเสียเหรินขึ้น เจตจำนงดาบอันรุนแรงถูกปลดปล่อยออกมาอย่างไร้การควบคุม
“ดาบดี!”
เฉียนคุนชื่นชม ดาบในมือของหลิวอู๋เสียดึงดูดสายตาทันที