คนทั้งหมดมองดูเซียวฮั่นที่ยืนนิ่งอยู่หน้าประตูตำหนักอย่างเงียบสงบราวกับฝันไปก็ว่าได้ สีหน้าอันเยือกเย็นของเขาไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆในโลกที่จากมาเขาไม่รู้เลยว่าตนพบเจอกับขอบเขตแห่งความเป็นและความตายมาแล้วกี่มากน้อย กล่าวได้ว่าการท้าประลองในทุกครั้งคราวของเขาล้วนเป็นการประลองที่แลกด้วยความเป็นความตายทั้งสิ้นความเป็นและความตายสำหรับเขานั้นเป็นสิ่งที่เขาไม่ได้ใส่ใจอีกต่อไปและเมื่อเขาเป็นคนหนึ่งซึ่งไม่ใส่ใจความเป็นและความตาย สิ่งอื่นใดทั้งหมดล้วนไม่นับเป็นอันใดเช่นนั้นไม่ว่าเซียวเฟิงจะมีจิตกระบี่หรือปณิธานที่ไม่แตกดับ ความยากลำบากทรมานขนานใหญ่และความน่าหวาดหวั่นในแววตาของเขานั้นก็เป็นเพียงดั่งสายลมเย็นเยียนสายหนึ่งเท่านั้นเองด้วยเช่นนี้คนอื่นๆ จึงไม่สามารถเข้าใจอย่างชัดแจ้งเป็นแน่ เพราะพวกเขามีเพียงความหวาดหวั่นสั่นสะท้านที่หาที่เปรียบมิได้ พลิกสวรรค์ไม่ใช่พลังสวรรค์ที่น่าหวั่นเกรงโดยสิ้นเชิง ในชั้นพลิกสวรรค์นี้เพียงจำต้องมีจิตที่ไม่สั่นไหวหวั่นเกรงแต่อย่างใดและมีพลังปณิธานแน่วแน่ที่หาที่เปรียบมิได้“ การทดสอบวิถีแห่งเต๋าสิ้นสุดลงแล้ว ตอนนี้ทดสอบพลังแห่งผู้ฝึกตน อย่าต้องให้เสียเวลาอันมีค่าของข้าเลยดีกว่า ” ฝ่าเท้าในไม่กี่ย่างre* https://www.novelgu.comก้าวก็กลับมายังด้านหน้าซุนลี่และหม่าเหลียงเฉิน สายตาของเซียวเฟิงตกยังร่างของฟู่สงพร้อมกล่าวออกมาสิ้นเสียงเซียวฮั่น สายตาเฉียบคมของฟู่อี้ซึ่ง