ลองแลกเปลี่ยนกับข้าเอง” เหลิ่งเสียที่เพิ่งจะนั่งลงเมื่อครู่นี้แค่นหัวเราะเสียงเบา คำพูดที่ค่อนข้างดูถูกเหยียดหยามทำให้ศิษย์ของสำนักกระบี่หลิงเทียนทั้งหมดเผยสีหน้าไม่น่ายลในทันใดกล่าวได้ว่า ในยามนี้เหลิ่งเสียได้ดูถูกและท้าทายศิษย์ทั้งสำนักกระบี่หลิงเทียน หลังจากคำพูดของเขาที่เอ่ยออกมา เสียงฮึดฮัดแสดงความไม่พอใจก็ดังขึ้นมาอย่างเซ็งแซ่“เฮอะ! ได้ยินชื่อเสียงลือเลื่องมานาน ข้าอยากขอคำชี้แนะสักครา!” คนแค่นเสียงเย็นชา เงาร่างในชุดคลุมสีเหลืองร่วงลงบนลานประลองในพริบตา“นั่นคือศิษย์พี่จ้าวรื่อ เขาคือศิษย์สายตรงของท่านผู้อาวุโสสอง มีพลังขอบเขตแก่นแท้ระดับกลาง เขาเป็นหนึ่งในศิษย์พี่ที่มีโอกาสช่วงชิงตำแหน่งมากที่สุดในการแข่งขันชิงความเป็นใหญ่ครั้งนี้”re* https://www.novelgu.comฝูงชนมองไปยังจ้าวรื่อที่มีสีหน้าไม่ยินดีเท่าไรนักบนลานประลองพลางวิพากษ์วิจารณ์เสียงดังอื้ออึง“เจ้าตัวตลก แค่สะกิดครั้งเดียวเจ้าก็กลายเป็นผุยผงแล้ว!” เพียงถ้อยคำของเหลิ่งเสียดังขึ้น อุณหภูมิทั่วทั้งบริเวณเย็นลงในฉับพลันทันใด โดยเฉพาะสีหน้าของจ้าวรื่อที่เปลี่ยนเป็นหมองคล˺ายิ่งกว่าคราแรกเห็น“ก็ดี ให้พวกเจ้ากบในกะลาได้เปิดหูเปิดตาว่าแบบใดจึงจะได้ชื่อว่าอัจฉริยะ อัจฉริยะที่แท้จริงนั้นมิใช่หมาแมวที่ไหนจะขนานนามนี้ได้”เหลิ่งเสียหัวเราะเบาๆ ฝ่าเท้าเหยียบลงหนึ่งครา เบื้องหน้าของคนทุกผู้เห็นเพียงเงาร่างสายหนึ่งวาบผ่าน ณ ตำแหน่งเดิม