“การประลองต่อไป เหลยเจิ้นปะทะโม่เซี่ยว!”ยามที่ซุนลี่กล่าวขึ้น ทั่วทั้งลานประลองโดยรอบพลันเงียบสงัดในทันใด เพราะไม่ว่าจะเหลยเจิ้นหรือโม่เซี่ยว ทั้งสองล้วนมีชื่อเสียงโด่งดังในสำนักกระบี่หลิงเทียน ดังนั้นการต่อสู้ของพวกเขาทั้งสองคนจึงทำให้ผู้คนจับจ้องเป็นพิเศษ“ข้าเกรงว่าการต่อสู้รอบนี้จะน่าชมกว่ารอบก่อน แต่ศิษย์พี่โม่เซี่ยวมีแนวโน้มที่จะชนะ เมื่อครึ่งปีก่อนเขาได้ทะลวงขอบเขตแก่นแท้สำเร็จแล้ว เกรงว่าเหลยเจิ้นอาจจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา”“เฮ้! อย่าลืมสิว่าเหลยเจิ้นเป็นบุตรชายของผู้อาวุโสเหลยถิง เขามีไม้ตายในมือไม่น้อยอย่างแน่นอน ได้ยินมาว่าเคล็ดวิชาต่างๆ ที่เหลยถิงถ่ายทอดมามีอานุภาพยิ่งใหญ่เกินบรรยาย”เมื่อคำประกาศจากซุนลี่จบลง เสียงวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมากพลันดังเซ็งแซ่ บางคนมองว่าโม่เซี่ยวจักเป็นผู้ชนะ แต่บางคนก็มองว่าเป็นเหลยเจิ้นภายใต้การจับจ้องของผู้คนนับหมื่น เห็นเพียงเงาแสงสีม่วงสว่างวูบวาบตกลงบนลานประลอง เส้นผมสีดำปลิวสยาย ปรากฏให้เห็นความงดงามและสง่าผ่าเผยre* https://www.novelgu.com“เป็นเหลยเจิ้น ดูสิเขายังคงมีความมั่นใจเต็มเปี่ยมเช่นนี้!” คนว่าพลางจ้องมองไปยังเงาร่างสีม่วงที่ปรากฏบนลานประลอง ฝูงชนฮือฮาขึ้นในทันควันหลังจากเหลยเจิ้นเข้าสู่ลานประลอง โม่เซี่ยวผู้เฉยชาก็เหยียบย˹าเข้าไปยังกลางลาน เมื่อเทียบกับเหลยเจิ้น โม่เซี่ยวนั้นดูสุขุมยิ่งกว่าอย่างไรโม่เซี่ยวก็อายุครบยี่สิบเอ็ดปีบริบู