้าไปในศาลาปรุงโอสถเพื่อดู แต่กลับเข้าไปได้แค่ห้องโถงใหญ่ เห็นเพียงเตาปรุงโอสถสูงเท่าตัวคน เขียนไว้ว่า เตาผลาญไฟ ดูเก่าคร่ำคร่า ไม่น่าจะใช้การได้ ส่วนห้องอื่น ๆ นั้น เปิดไม่ได้ เข้าไปไม่ได้เลย
ตำราในห้องของหอฝึกยุทธ์ เนื่องจากตอนนี้เขาอยู่ในช่วงการแปรผันวิญญาณยุทธ์ระดับสี่แล้ว จึงมีตำราที่เปิดได้เพิ่มขึ้นอีกหลายเล่ม ได้แก่ คัมภีร์ราตรีกระจ่างเล่มที่ที่สอง คัมภีร์ราตรีกระจ่างเล่มที่ที่สาม คัมภีร์ราตรีกระจ่างเล่มที่ที่สี่ หมัดจิ้งจอกราตรี และฝ่ามือแมวป่า
หัวใจของหลี่ลี่เต้นแรง เขาจึงฝึกฝนทักษะเหล่านี้ภายในวิหารราตรี จากนั้นก็ลองให้วิหารราตรีดูดซับพลังวิญญาณต่อไป
เขาลองทำดู ก็เป็นผล เขาเห็นหินเทวาลัยดูดซับพลังปราณภายในวิหารราตรี จากนั้นก็แผ่ขยายออกไปเรื่อย ๆ ส่งผ่านพลังปราณ ศาลาปรุงโอสถก็ค่อย ๆ สดใสขึ้น ราวกับสร้างขึ้นใหม่
ที่แท้หินเทวาลัยคือแหล่งกำเนิดของการดูดซับพลังปราณในวิหารราตรี หลี่ลี่เพิ่งเข้าใจ เขาดูอยู่ครู่หนึ่ง ก็ออกไปฝึกฝนคัมภีร์ราตรีกระจ่างเล่มที่สอง คัมภีร์ราตรีกระจ่างเล่มที่สาม คัมภีร์ราตรีกระจ่างเล่มที่สี่ หมัดจิ้งจอกราตรี และฝ่ามือแมวป่า ที่ลานกว้างด้านนอกหอฝึกยุทธ์
โดยรวมแล้วหลี่ลี่พอจะเข้าใจแล้ว วิหารราตรีแห่งนี้กว้างใหญ่ไพศาล ตราบใดที่มีพลังปราณเพียงพอ วิหารราตรีก็จะยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ความสามารถอันน่าอัศจรรย์ต่าง ๆ ล้วนมีครบครัน
เขากระหายในการฝึกฝนมากขึ้นกว่าเดิม